พุทธเศรษฐศาสตร์ในทัศนะของปราชญ์ชาวโลก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดและทัศนะพุทธเศรษฐศาสตร์ของ ปราชญ์โลก เพื่อศึกษาวิธีการและแนวปฏิบัติทางพุทธเศรษฐศาสตร์ของปราชญ์โลก และเพื่อ วิเคราะห์หลักพุทธเศรษฐศาสตร์ในสังคมโลก ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของเนื้อหาโดยศึกษาจาก เอกสาร หนังสือ ตำรา สื่อออนไลน์บทความ วารสาร หนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ และผลงานวิจัย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดถึงถอดบทความ ปาฐกถาตำรา โดยถอดความรู้มาสังเคราะห์และวิเคราะห์ เพื่อศึกษาแนวคิดหลักพุทธเศรษฐศาสตร์ของนักปราชญ์โลกยที่เกี่ยวข้องตามลำดับต่อไปนี้ ผลการวิจัย พบว่า อมรรตยา เสน เห็นว่าการทำความเข้าใจพันธะหน้าที่ในชีวิตมนุษย์อย่างถ่องแท้ ไม่ สามารถทำได้ด้วยแนวคิดสัญญาประชาคมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรน้อมนำหลักคิดของพระ พุทธองค์เรื่องพันธะหน้าที่เชิงอำนาจเข้ามาประกอบด้วยคุณูปการ คือการนำพาคนต่างที่ต่าง ความคิดมาแลกเปลี่ยนสังสรรค์กันทางปัญญาและทางวัฒนธรรม สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ทรงริเริ่มปรัชญาในการพัฒนาประเทศที่ เรียกว่า “ความสุขมวลรวมประชาชาติ” โดยความคิดดังกล่าวเน้นการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนมี ความสุขและความพึงพอใจ มากกว่าวัดการพัฒนาด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ อีเอฟ ชูมาเกอร์กล่าวว่าตัวก าหนดเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ ก็คือ มัตตัญญุตา ความรู้ จักประมาณ รู้จักพอดีในการบริโภค หมายถึงความพอดีที่ให้คุณภาพของชีวิตมาบรรจบกับความ พึงพอใจในคำสอนแสดงข้อปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะพระสงฆ์ มหาตมะ คานธีแนวคิดทางเศรษฐกิจของคานธี ประกอบด้วยแนวคิดหลัก ๖ ประการ ดังต่อไปนี้ ๑. ระบบเศรษฐกิจจะต้องมีคุณธรรมกำกับ ๒. แนวคิดเรื่องการจำกัดความต้องการ ๓. แนวคิดเรื่องการใช้แรงงานเพื่ออาหาร ๔. แนวคิดเรื่องการกระจายผลผลิตและเทคโนโลยี ๕. แนวคิดเรื่องชุมชนและสังคมพึ่งตนเอง และ๖. แนวคิดเรื่องทรัสตีชิพ ส่วนมูฮัมหมัด ยูนสู กล่าวว่าทุกคนในโลกล้วนมีทั้งศักยภาพและสิทธิที่จะใช้ชีวิตอย่าง พอเหมาะพอควร แม้กระทั่งผู้ยากไร้ที่ยากจนข้นแค้นที่สุด ก็สามารถช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้น จากความยากจนได้ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในวัฒนธรรมหรืออารยธรรมใดๆ จึงพยายามพิสูจน์ให้เห็น ว่าเขาคือผู้นำที่สามารถแปลงวิสัยทัศน์ไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อช่วยเหลือคนหลายล้านคน ทั้งใน บังกลาเทศและอีกหลายประเทศทั่วโลก ข้อเสนอแนะ เนื่องจากบริบทในแต่ละประเทศมีภูมิประเทศที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้อง ประยุกต์แนวคิดพุทธเศรษฐศาสตร์น าไปใช้ในแต่ละที่จึงแตกต่างกัน เป็นต้นว่า ในเยอรมันนีใน ความเป็นจริงคือใช้เศรษฐศาสตร์กระแสหลักหรือทุนนิยม นำไปสู่ปัญหาความไม่พอเพียงของ ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนในอินเดียพบว่าบริบทในการประยุกต์ใช้พุทธเศรษฐศาสตร์ในสังคม อินเดีย มีความหลากหลายในส่วนของพหุวัฒนธรรม แต่ชนชั้นสูงมีความยุ่งยาก ซับซ้อนในการนำ พุทธเศรษฐศาสตร์ไปประยุกต์ใช