พุทธเศรษฐศาสตร์ในทัศนะของปราชญ์ในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด และทัศนะของนักปราชญ์ไทยตามหลัก พุทธเศรษฐศาสตร์ เพื่อศึกษาวิธีการ และแนวทางการปฏิบัติของนักปราชญ์ไทยตามหลักพุทธ เศรษฐศาสตร์และเพื่อวิเคราะห์หลักพุทธเศรษฐศาสตร์ในสังคมไทย ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตของ เนื้อหาโดยศึกษาจาก เอกสาร หนังสือ ตำรา สื่อออนไลน์บทความ วารสาร หนังสือพิมพ์ วิทยานิพนธ์ และผลงานวิจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดถึงถอดบทความ ปาฐกถาตำรา โดยถอด ความรู้มาสังเคราะห์และวิเคราะห์ เพื่อศึกษาแนวคิดหลักพุทธเศรษฐศาสตร์ของนักปราชญ์ใน ประเทศไทยที่เกี่ยวข้องตามลำดับต่อไปนี้ แนวคิด และทัศนะหลักพุทธเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจพอเพียง ก็อาศัยหลักการจากความสันโดษและสัมมาอาชีวะในพระพุทธศาสนา ถ้าทุกคนรู้จักพอเพียงดำเนินชีวิตตามสมควรแก่ฐานะ ก็จะไม่เกิดการปล้น ฆ่า แย่งชิงทรัพย์ของ ผู้อื่น ปัญหาเรื่องการเบียดเบียนแย่งชิงก็จะน้อยลง สังคมก็จะสงบสุข เพราะเศรษฐกิจมี ความสำคัญมาก ไม่เฉพาะในแง่ที่ว่าสัมมาอาชีวะเป็นองค์หนึ่งในมรรคมีองค์ ๘ เท่านั้นการได้ บริโภคหรือความพรั่งพร้อมในทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่จุดหมายในตัว เป็นระบบเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้ เราอยู่ร่วมกับทรัพยากรอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย และต่างฝ่ายต่างอิงอาศัยซึ่งกัน และกันบทบาทเพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคมซึ่งต้องทำประโยชน์ทั้งสองไปพร้อม ๆ กัน ให้เกิด คุณค่าโดยไม่ประมาท โดยเฉพาะการใช้ศาสนาพุทธเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์มาอธิบาย หลักการและแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์เป็นแนวทางใหม่ในการทำความเข้าใจเศรษฐศาสตร์ นำเอาวิธีการอนุมาณเชิงตรรกะเข้ามาใช้ในวิชาเศรษฐศาสตร์ วิธีการและแนวทางการปฏิบัติตามหลักพุทธเศรษฐศาสตร์ นำมาประยุกต์เข้ากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งถูกใช้เป็นกรอบแนวความคิดและ ทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมหภาคของไทย เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่สมดุล ยั่งยืน และมี ภูมิคุ้มกัน เพื่อความอยู่ดีมีสุข มุ่งสู่สังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า "สังคมสีเขียว" การ สร้างอารยธรรมวิธีแก่พุทธศาสนิกชน นำไปประยุกต์สร้างโรงเรียนชาวนาพุทธเศรษฐศาสตร์และ ก่อตั้งไร่เชิญตะวันหรือศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน นำไปจัดตั้งกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ การ ประยุกต์พุทธเศรษฐศาสตร์กับเศรษฐศาสตร์ในสาขาต่างๆ โดยยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม หลักพุทธเศรษฐศาสตร์ในสังคมไทย เศรษฐศาสตร์ตามแนวพุทธเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการจัดการกับปัญหาที่เรา เผชิญ อยู่ปัจจุบัน เครื่องมือในการวิเคราะห์นี้มีความต้องการเพียงให้ประชาชนตระหนักถึง ข้อเท็จจริงที่ เป็นอยู่ตามกฎธรรมชาติ คือความไม่มีอยู่ของตัวตน ถ้าแนวความคิดนี้ได้รับความ เข้าใจอย่าง ชัดเจน ชีวิตมนุษย์จะได้รับการมองจากแง่มุมที่แตกต่างออกไปจากการเป็นผู้บริโภค สิ่งที่มี ความหมายมากที่สุดในชีวิตไม่ใช่มาจากการบริโภค การบริโภคอย่างเหมาะสม จะไม่ทำให้ให้เกิด การทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แมลงผึ้งที่ค่อย ๆ สะสมน้ำหวานจากดอกไม้ จนได้รังใหญ่ หรือมดปลวกที่ค่อย ๆ คาบ ดินมาทีละน้อยมาสร้างเป็นจอมปลวกได้และยังสอดคล้องกับหลัก ที่ว่า “อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่า นอนคอยโชควาสนา” ส่วนค าว่า “สัจจะ” คือความจริง เป็นความจริงใจต่อตนเอง ต่อผู้อื่นทั้งต่อ หน้าหรือลับหลัง ถือว่าเป็นจุดผสมผสานที่พระอาจารย์สุบินคิดถึงในการ แก้ปัญหาความยากจน ที่ สามารถทำให้เกิดความสามัคคีของชุมชนเข้าด้วยกันโดยอาศัยซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นเครื่องหมาย ของคำว่า สังฆเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐศาสตรเ์พื่อคนหมู่มาก ข้อเสนอแนะ ควรมีการศึกษาถึงการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ที่มีการช่วยเหลือ หรือ ส่งเสริม สนับสนุนการใช้ชีวิตของประชาชน ด้วยหลักเศรษฐกิจที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น เช่น เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ, เศรษฐกิจพอเพียง, สัจจะสะสมทรัพย์ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลัก เศรษฐศาสตร์ผนวกกับหลักพระพุทธศาสนา