อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงภายใต้กระแสการเปลี่ยนผ่าน: กรณีศึกษานิเวศวิทยาการเมืองเรื่องการปลูกป่าเชิงพาณิชย์ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: จากยูคาลิปตัสถึงยางพารา ระยะที่ 2 (ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยชิ้นนี้มีแรงจูงใจจากปรากฏการณ์การขยายตัวอย่างรวดเร็วของยางพารา จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อการหายไปของพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำกินของชนพื้นเมือง โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ หนึ่ง เพื่อศึกษามูลเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้ยางพารากลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภูมิภาคนี้ สอง เพื่อศึกษากระบวนการหรือวิธีการที่รัฐบาลของแต่ละประเทศในภูมิภาคนี้ใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจอันชอบธรรม และ สาม เพื่อศึกษาผลกระทบของนโยบายและโครงการพัฒนาเกี่ยวกับการปลูกป่าเชิงพาณิชย์กรณียางพารา ที่มีต่อชนพื้นเมือง ตลอดจนการปรับตัวที่เกิดขึ้น ผลการศึกษาพบว่า ปรากฏการณ์การขยายตัวอย่างรวดเร็วของยางพารา จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของภูมิภาคนี้นั้น สัมพันธ์กับการเกิดขึ้นและขยายตัวของทุนนิยมหรือกระแสการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ผ่านการทำงานระหว่างทุนกับกลไกของรัฐ ด้วยเหตุนี้ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปัจจุบัน จึงมีฐานะเป็น พื้นที่ของการต่อรอง ช่วงชิง ของทั้งกลุ่มทุนชาติ และข้ามชาติ ที่แอบอ้างเรื่อง วาทกรรมการพัฒนากระแสหลัก เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ผ่านปฏิบัติการกระบวนการขยายอำนาจรัฐเหนือพื้นที่เพื่อแปลงทรัพยากรธรรมชาติ (ที่ดิน) ให้เป็นทุน ในด้านหนึ่งได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อชนพื้นเมือง ซึ่งเคยใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านั้นทั้งเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งทำมาหากิน ด้วยเหตุนี้ ในหลายๆ พื้นที่จึงพบว่ามีปฏิกิริยาต่อต้านจากชนพื้นเมือง อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาในหลายพื้นที่ชี้ชัดว่าการขยายพื้นที่ปลูกยางพาราได้ส่งผลให้ชุมชนพื้นเมืองหลายแห่งกลายเป็นกลุ่มคนชายขอบ คำสำคัญ : อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง, การเปลี่ยนผ่าน, การปลูกป่าเชิงพาณิชย์, ยางพารา