การพัฒนาต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยาเมืองท่าแห่งตะวันออก (Gastronomy Village Tourism) เพื่อยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN Region Of Gastronomy)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษามีวัตถุประสงค์ (1) ศึกษาและถอดบทเรียนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนต้นแบบ (Gastronomy village best practice) ทั้งในและต่างประเทศ และ (2) พัฒนารูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (Gastronomy village business model) สู่การยกระดับให้เป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN Region Of Gastronomy) มีกระบวนการวิจัยแบบผสม ทั้งในส่วนของการวิจัยเชิงเอกสาร จากเมืองต้นแบบด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารในกลุ่มประเทศยุโรป การจัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อศึกษาเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของไทย และใช้เกณฑ์การประเมินของ ASEAN Region Of Gastronomy กับชุมชนอาหารอยุธยา แล้วนำพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกมาวิเคราะห์ SWOT Analysis, TOWS Matrix, Diamond Model สู่การกำหนดรูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน มีผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลการถอดบทเรียนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนต้นแบบของ 11 เมือง ในกลุ่มประเทศยุโรป และกรณีศึกษาเมืองภูเก็ตและเพชรบุรี มีข้อค้นพบสำคัญที่ชุมชนวัฒนธรรมอาหารของอยุธยาสามารถนำไปใช้เพื่อการวางแนวทางการขับเคลื่อน อาทิ การพัฒนาเมืองแห่งอาหารสามารถยกความโดดเด่นของพื้นที่มาใช้ได้ทั้งเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ หรือการขายกิจกรรมทางด้านอาหารและการเกษตรสมัยใหม่โดยขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่นั้น ๆ เน้นการส่งเสริมการผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการการ การเชื่อมโยงคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารบนพื้นฐานของความยั่งยืนด้วยการประเมินการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ 2. การพัฒนารูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน สู่การยกระดับให้เป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน มีขั้นตอนการและผลการศึกษาดังนี้ 2.1 ศึกษาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่มีต่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยาจำนวน 419 คน สรุปได้ว่า ด้านความเฉพาะของสถานที่ นักท่องเที่ยวเห็นว่าอยุธยามีอาหารอร่อย ด้านบรรยากาศและสภาพอากาศ นักท่องเที่ยวเห็นว่าอยุธยามีบรรยากาศผ่อนคลาย ด้านความเหมาะสมในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเห็นว่ามีความเหมาะสมกับนักท่องเที่ยวหลายช่วงอายุ ด้านความน่าสนใจทางประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวเห็นว่าอยุธยามีเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ด้านการเลือกซื้อสินค้าและกิจกรรม นักท่องเที่ยวเห็นมีกิจกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยง การรับรู้ด้านความเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวด้านอาหารของนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมีความคิดเห็นว่า กระแสการโปรโมทประเทศไทยเมืองอาหาร กระแสการโปรโมท ละคร ดารา นักร้อง ร้านมิชลิน มีอิทธิพลต่อความสนใจเรื่องอาหาร 2.2 ประเมินศักยภาพของแหล่ง / กิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารที่สามารถส่งเสริมและพัฒนาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว-ตามตัวชี้วัด 11 ตัวของ ASEAN Region Of Gastronomy ได้แก่ (1) ด้านสถานการณ์อาหารโลก (2) ด้านความยั่งยืน (3) ด้านการศึกษา (4) ด้านนวัตกรรม (5) ด้านโลกาภิวัตน์ (6) ด้านวาระดิจิทัล (7) ด้านความเชื่อมโยงกับชนบท (8) ด้านความสามารถในการแข่งขันระดับโลก (9) ด้านสุขภาพ (10) ด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหาร (11) ด้านการสนับสุนนจาก SMEs ในชุมชนอยุธยาจำนวน 4 แห่ง พบว่า ชุมชนตำบลเกาะเกิด คือชุมชนที่มีศักยภาพความพร้อม เอื้อต่อการพัฒนาด้านอาหารและสินค้าของฝาก (โครงการย่อย1) และการพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ (โครงการย่อย2) เพื่อผลักดันชุมชนตำบลเกาะเกิดสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน 2.3 ผลการดำเนินกิจกรรมของโครงการย่อยและแผนงานมาบูรณาการข้อมูล พร้อมกับการวิเคราะห์ SWOT Analysis, TOWS Matrix และการวิเคราะห์ Diamond Model แล้วดำเนินการจัดทำโมเดลทางธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาและการประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้ 3 รูปแบบ คือ (1) รูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (2) รูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของธุรกิจท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของฝากจากเกาะเกิด (3) รูปแบบทางธุรกิจของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว อนึ่ง ได้มีการเสนอแนะแนวทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีต่อการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารชุมชนเกาะเกิด ได้สรุป 4 แนวทางสำคัญเพื่อให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารขับเคลื่อนได้อย่างมีทิศทางและเป็นระบบ กล่าวคือ แนวทางที่ 1 การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมและกลไกในการบริหารจัดการการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน แนวทางที่ 2 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน แนวทางที่ 3 การสร้างการสื่อสารการตลาดในรูปแบบดิจิทัล และแนวทางที่ 4 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมพัฒนาระบบการติดตามและปรับปรุงการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทยของชุมชนสู่ความยั่งยืน