กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ อาหารการกินเป็นมรดกที่แสดงถึงภูมิปัญญา กล่าวในอีกทางหนึ่งคือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intellectual Cultural Heritage) ที่แสดงปฏิสัมพันธ์ของคนที่มีต่อธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของตน และทำให้คนเหล่านั้นเกิดความรู้สึกมีอัตลักษณ์และความต่อเนื่อง อันจะก่อให้เกิดความเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ อาหารการกินในสมัยอยุธยามีความหลากหลายสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร วัตถุดิบและสภาพแวดล้อมในสมัยนั้น รวมทั้งการแลกเปลี่ยนผสมผสานทางวัฒนธรรมจากชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาติดต่อค้าขายด้วยความเป็นเมืองท่าที่สำคัญ การถอดรหัสลักษณะกายภาพของพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมอาหารอยุธยาเมืองท่าตะวันออกเป็นการคลี่ภาพให้เห็นบริบทและโครงสร้างทางสังคมสมัยอยุธยา พื้นที่ทางวัฒนธรรมอาหารที่ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของผู้คนยิ่งทำให้ภาพวัฒนธรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยาชัดเจนยิ่งขึ้น กรุงศรีอยุธยาที่เป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในภูมิภาค มีความรุ่มรวยวัฒนธรรมเป็นต้นสายอารยธรรมของไทย มีความหลากหลายของสังคมนานาชาติ ย่อมปรากฏอย่างชัดเจนบนพื้นที่ เช่น ตลาด อันประกอบด้วยตลาดบกหรือป่า และตลาดน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่สำคัญและเกี่ยวกับอาหารการกินโดยตรง รวมทั้งพื้นที่ทางวัฒนธรรมอื่น ๆ อีก 5 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ปรุง พื้นที่ทานอาหารทั้งแบบชาวบ้าน แบบคหบดี และแบบชาววัง ล้วนเป็นผลที่ได้จากการถอดรหัสพื้นที่วัฒนธรรมอาหาร เกิดองค์ความรู้ที่เข้าใจถึงคุณค่าแท้และสามารถนำไปต่อยอดให้เกิดการพัฒนา ขยายผลด้านต่าง ๆ ได้อีกมาก ผลจากการถอดรหัสพื้นที่ทางวัฒนธรรมอาหารอยุธยาเมืองท่าตะวันออก ได้แนวทางการออกแบบ (Design Guideline) พื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมอาหารเป็นการส่งเสริมบรรยากาศให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจถึงคุณค่าและรองรับกิจกรรมสร้างสรรค์ ช่วยพัฒนาศักยภาพพื้นที่เดิมและแก้ปัญหาด้วยการจัดการออกแบบพื้นที่ สร้างเรื่องราวและสื่อสารให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวย่อมเป็นการเพิ่มทั้งมูลค่าและต่อยอดคุณค่ามรดกวัฒนธรรม นอกจากนี้ผลจากการได้พื้นที่ทางวัฒนธรรมยังนำไปสู่การยกระดับทางกายภาพ 2 พื้นที่สำคัญคือ 1) เกิดการยกระดับย่านวัฒนธรรมอาหารกรุงศรีอยุธยาเมืองท่าแห่งตะวันออก บริเวณย่านตลาดหัวรอไปจนถึงตลาดเจ้าพรหมอันเป็นพื้นที่ที่จะเกิดการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เชื่อมโยงลงมาถึงย่านหมู่บ้านนานาชาติบริเวณป้อมเพชรอันเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น, 2) เกิดการยกระดับ Caf?’ Hopping ร้านกาแฟที่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมอาหารที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ดังนั้นย่อมเห็นได้ชัดว่าองค์ความรู้จากกระบวนการถอดรหัสพื้นที่ทางวัฒนธรรมอาหาร เป็นพื้นฐานในการต่อยอดการพัฒนาทางกายภาพ ทั้งเชิงพื้นที่และภาพลักษณ์ของเมือง โดยรูปแบบวิธีการที่เกิดขึ้นสามารถเป็นองค์ความรู้ในการต่อยอดพื้นที่วัฒนธรรมอาหารในที่อื่น ๆ ได้ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เชฟท้องถิ่นที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถประกอบการอาหารพื้นถิ่นได้ตามหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้น
การตรวจสอบองค์ประกอบ และ/หรืออุปกรณ์ที่ใช้ทดลอง (breadboard) ในระดับห้องปฏิบัติการ เป็นองค์ประกอบทางเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานที่ได้ถูกประกอบเข้าด้วยกันเพื่อให้ชิ้นส่วน สามารถทำงานด้วยกันได้ ความพร้อมของเทคโนโลยีและบุคลากรในการดำเนินงานวิจัย (1) ห้องปฏิบัติการอาหาร มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มีความพร้อมของเทคโนโลยีทางด้านการพัฒนานวัตกรรมอาหาร ประกอบด้วย ห้องปฎิบัติการ (LAB) ทางด้านอาหารที่ได้มาตรฐานในระดับสากล อีกทั้งยังมีอาคารปฏิบัติการอาหารฮาลาล โรงงานผลิตเนย โรงสีข้าว โรงเรียนอาหารนานาชาติ โฮมเบเกอรี่ (Home Bakery) โรงงานผลิตอาหารที่ได้มาตรฐาน GMP อีกทั้งยังเป็นศูนย์พัฒนาและทดสอบฝีมือแรงงานอาหารไทย ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (2) ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวัฒนธรรมอาหาร (Center of Excellent in Food Cultural) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สร้างความเป็นเลิศทางด้านวัฒนธรรมอาหารของประเทศ ซึ่งมีองค์ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือกับนักวิจัยทั้งในและต่างประเทศในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านอาหารด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหาร ที่สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง (3) บุคลากร (Chef) ที่มีชื่อเสียง ที่ร่วมอยู่ในการดำเนินโครงการ เช่น ดร.จันทร์จนา ศิริพันธ์วัฒนา และคณาจารย์จากโรงเรียนการเรือนจำนวน 10 ท่าน อีกทั้งยังเป็นศูนย์ในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการสุขาภิบาลอาหารอีกด้วย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area
นำผลผลิตของโครงการ ได้แก่ หลักสูตรทุนมนุษย์เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นจำนวน 3 หลักสูตร และ เชฟท้องถิ่นจำนวน 150 คน ยุวมัคคุเทศ/ บุคลากรด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารไทย จำนวน 100 คน ที่สามารถประกอบอาชีพได้
ได้มีการประชุมกับเครือข่ายชุมชนที่จะเข้าร่วมโครงการในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร (Gastronomy Tourism Village) จำนวนประมาณ 30 ชุมชน เพื่อร่วมกันกำหนดปัญหาและเสนอแนวทางในการพัฒนาและต่อยอดงานวิจัยของโครงการวิจัย