การเสนอแนวทางการพัฒนาทางกายภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา (Ayutthaya Gastronomy Village Tourism) เพื่อยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารอาเซียน (ASEAN Region of Gastronomy)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลก มีความสำคัญในฐานะเป็นเมืองนครแห่งประวัติศาสตร์เมืองมรดกโลก สะท้อนความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเมืองหลวงที่สำคัญ และวัฒนธรรมของผู้คนที่มีพัฒนาการมาจากรากฐานภูมิปัญญาของผู้คน ที่สะสมจนเกิดเป็นวัฒนธรรมของชุมชน ในปี 2565 จึงเป็นการต่อยอดงานวิจัยในปี 2564 โครงการวิจัยการถอดรหัสและออกแบบพื้นที่ที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมอาหารอยุธยาเมืองท่าแห่งตะวันออกเพื่อยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยในปี 2565 เป็นการขยายผลเชิงพื้นที่และเชิงเนื้อหา กล่าวคือ เชิงพื้นที่ – ขยายขอบเขตโมเดลการท่องเที่ยวในเกาะเมืองอยุธยากระจายออกมาสู่ชุมชนอยุธยาที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารเพื่อกระจารายได้สู่ชุมชน ในส่วนเนื้อหา – ต่อยอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหารอยุธยาให้ลงลึกในระดับชาวบ้านที่เป็นพื้นฐานภูมิปัญญาทางสังคม ผลจากกระบวนการคัดเลือกชุมชนพบว่าชุมชนเกาะเกิดมีคุณค่าและศักยภาพในการพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (Gastronomy Village) และสามารถยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารอาเซียน (ASEAN Region of Gastronomy) จุดแข็งสำคัญคือชุมชนเกาะเกิดมีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งผลิตอาหาร ทั้งการเกษตร ทำนา ทำสวน และประมง อันเนื่องมาจากที่ตั้งที่อยู่ริมแม่น้ำจึงมีความหลากหลายของระบบนิเวศ มีวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์อย่างชัดเจนคือวิถีชีวิตของผู้คนริมน้ำ และความเฉพาะทางด้านวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่ยังมีการพึ่งพิงธรรมชาติอยู่สูง มีการจัดการมรดกวัฒนธรรมโดยชุมชนมาก่อนแล้วมากกว่า 20 ปีจากการอนุรักษ์และสืบทอดยาสมุนไพร เกิดการรวมกลุ่มโดยชุมชนและพัฒนาจนมีความเป็นชุมชน เกิดการจัดการและการเรียนรู้ร่วมกันเป็นเวลานาน จนเกิดความเอื้ออาทร การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความเป็นธรรมในการกระจายรายได้ (SHARING ECONOMY) การรวมกลุ่มกันเช่นนี้ขยายผลถึงการจัดการท่องเที่ยวชุมชนที่มีชื่อเสียงมามากกว่า 15 ปี คุณสมบัติเหล่านี้ล้วนสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ ARG ที่ให้ความสำคัญการกระจายรายได้สู่ห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร และสร้างการท่องเที่ยวที่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้นงานวิจัย การเสนอแนวทางการพัฒนาทางกายภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา ภายใต้แผนงานวิจัยการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา (GASTRONOMY VILLAGE TOURISM) เพื่อยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN REGION OF GASTRONOMY) เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม (PARTICIPATORY ACTION RESEARCH – PAR) ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ 2 ข้อ คือ 1) จัดทำกระบวนการออกแบบเพื่อปรับปรุงพื้นที่ของชุมชนตัวอย่างเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา 2) เสนอแนวทาง (GUIDELINE) การพัฒนาทางกายภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนอยุธยา ที่คำนึงถึงการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ และเพื่อยกระดับสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารอาเซียน (ASEAN REGION OF GASTRONOMY) พบว่าสามารถนำกรอบแนวคิด ได้แก่ 1) แผนแม่บทการเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารอาเซียน (ASEAN REGIONS OF GASTRONOMY) หรือ ARG เป็นกรอบแนวคิดหลักในการพัฒนาภาพรวมของชุมชนเพื่อไปสู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN REGION OF GASTRONOMY) และ 2) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน (GASTRONOMY VILLAGE) หรือ GVT เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาในระดับพื้นที่ให้สามารถรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชน แนวทางการพัฒนาทางกายภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของชุมชนเกาะเกิดนี้สามารถเป็นตัวอย่างในด้านกระบวนการพัฒนาสู่ชุมชนอยุธยาอื่น ๆ โดยร้อยเรียงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมลุ่มน้ำ เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารของเกาะเมืองเก่าอยุธยา สามารถยกระดับเชิงพื้นที่สู่การเป็นเขตพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงอาหารอาเซียน (ASEAN Region Of Gastronomy) อย่างสมบูรณ์