ผลของการตอนไก่แบบผ่าข้างต่อสมรรถนะการผลิต คุณภาพซากและคุณภาพเนื้อของไก่พื้นเมืองเพศผู้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของการตอนไก่และเวลาขุนต่อการเติบโต คุณภาพซาก และคุณภาพเนื้อในไก่พื้นเมือง จัดการทดลองแบบ 2?3 แฟกทอเรียลในแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม ปัจจัยที่ 1 การตอนไก่ คือ เพศผู้ และ เพศผู้ตอน ปัจจัยที่ 2 เวลาขุน คือ 8 10 และ 12 สัปดาห์ และมีไก่เพศเมียใช้เวลาขุน 8 สัปดาห์เป็นกลุ่มควบคุม ใช้ไก่พื้นเมืองพันธุ์คอล่อน เพศผู้จำนวน 150 ตัว และเพศเมียจำนวน 25 ตัว เลี้ยงไก่ทดลองในกรงขังเดี่ยวช่องละ 1 ตัว และทำการตอนไก่ด้วยการผ่าตัดเอาอัณฑะออกเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ ไก่ได้รับอาหารโปรตีน 19% และมีพลังงานใช้ประโยชน์ได้ 3,200 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม เมื่อครบระยะเวลาขุน 8 10 และ 12 สัปดาห์ สุ่มไก่กลุ่มๆ ละ 25 ตัว เพื่อศึกษาคุณภาพซากและคุณภาพเนื้อ พบว่า ไก่เพศผู้ตอนมีน้ำหนักตัว อาหารที่กิน และมีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวไม่แตกต่างกับไก่เพศผู้ (P>0.05) แต่ไก่เพศผู้ตอนมีสมรรถภาพการเติบโตดีกว่าไก่เพศเมีย ส่วนการขุนไก่ทดลองเป็นเวลา 10 สัปดาห์ มีน้ำหนักตัวเพิ่มสูงกว่าไก่ที่มีเวลาขุน 8 สัปดาห์ แต่อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวของไก่เพศผู้ 2 กลุ่ม ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) การขุนไก่ตอนช่วง 0-8 0-10 และ 0-12 สัปดาห์ มีต้นทุนรวม เท่ากับ 252.48 280.49 และ 310.55 บาทต่อตัว มีรายได้เท่ากับ 322.32 347.53 และ 368.40 บาทต่อตัว และมีผลตอบแทน เท่ากับ 69.84 67.04 และ 57.85 บาทต่อตัว หรือ 26.00 23.15 และ 18.59 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ดังนั้นการขุนไก่ตอนเพื่อให้มีผลตอบแทนดีควรใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ คุณภาพซากของไก่เพศผู้ตอนและเพศผู้มีเปอร์เซ็นต์ซากไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) แต่ไก่เพศผู้ตอนมีเปอร์เซ็นต์เนื้ออกสูง แต่มีสะโพกและน่องต่ำกว่าไก่เพศผู้อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) คุณภาพเนื้อ พบว่า เนื้ออกของไก่เพศผู้ตอนและเพศผู้มีค่าความสว่าง (L*) ความแดง (a*) และความเหลือง (b*) ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ส่วนเนื้อสะโพกของไก่เพศผู้มีค่า a* สูงกว่าเพศผู้ตอน แต่ค่า b* ของไก่ทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05) ส่วนระยะเวลาขุนมีผลทำให้เนื้ออกมีค่า L* ลดลง และค่า a* เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ความสามารถในการอุ้มน้ำของเนื้อไก่เพศผู้ตอนและเพศผู้มีการสูญเสียน้ำในเนื้อภายหลังการแช่เย็น และการสูญเสียในเนื้อภายหลังการแช่เยือกแข็งไม่แตกต่างกัน (P>0.05) แต่เนื้อสะโพกของไก่ตอนมีค่าการสูญเสียขณะประกอบอาหารต่ำกว่าเนื้อไก่เพศผู้ (P<0.05) ค่าแรงเฉือนตัดผ่านของเนื้ออกของไก่เพศผู้ตอนและเพศผู้มีค่าไม่แตกต่างกัน (P>0.05) แต่มีค่าแรงเฉือนตัดผ่านของเนื้อสูงกว่าเพศเมียอย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ส่วนเนื้อสะโพกของไก่ทดลองมีค่าแรงเฉือนตัดผ่านเนื้อไม่แตกต่างทางสถิติ (P>0.05) ส่วนไก่เพศผู้ตอนมีโปรตีนและไขมันในเนื้ออกสูงกว่าเพศผู้อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) แต่ระยะเวลาขุนเพิ่มขึ้นทำให้ปริมาณโปรตีนในเนื้อลดลง ส่วนปริมาณกรดไขมันของเนื้อไก่ทดลองทุกกลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน (P>0.05) การทดสอบทางประสาทสัมผัสด้วยวิธี QDA พบว่า เนื้อไก่เพศผู้ตอน และเพศผู้ มีผลต่อความพึงพอใจของผู้ทดสอบชิมไม่แตกต่างกัน (P>0.05) แต่เวลาขุน 12 สัปดาห์ มีการยอมรับโดยรวมสูงกว่าเวลาขุน 8 สัปดาห์ (P<0.05) การศึกษารูปแบบบรรจุภัณฑ์ 3 ชนิด สำหรับไก่ตอนสดทั้งตัว คือ บรรจุภัณฑ์ธรรมดา บรรจุภัณฑ์ถุงหด และบรรจุภัณฑ์สุญญากาศ พบว่า ไก่ตอนสดทั้งตัวที่ใช้บรรจุภัณฑ์สุญญากาศมีค่าสีแดง การสูญเสียน้ำหนักหลังแช่เย็น และการสูญเสียน้ำหลังการนึ่งของเนื้อดีกว่าไก่ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ธรรมดา และบรรจุภัณฑ์ถุงหด ดังนั้น บรรจุภัณฑ์สุญญากาศมีความเหมาะสมที่สุด และเวลาที่เหมาะสมในการเก็บรักษาแบบแช่เย็นไม่ควรเกิน 7 วัน คำสำคัญ: ไก่ตอน การผลิต คุณภาพซาก คุณภาพเนื้อ บรรจุภัณฑ์