Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

โครงการวิจัยเรื่อง การกันบุคคลไว้เป็นพยานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ศิรินันท์ วัฒนศิริธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการพิจารณากันบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดไว้เป็นพยานได้โดยไม่ดำเนินคดีได้ เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริต เนื่องจากบางคดีไม่อาจหาพยานหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงไปถึงการกระทำผิดของตัวการสำคัญในคดีได้ จึงจำเป็นต้องมีการกันบุคคลไว้เป็นพยาน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการออกประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน เมื่อกฎหมายการกันบุคคลไว้เป็นพยานของ ป.ป.ช. ใช้บังคับมาระยะหนึ่งแล้ว จึงนำมาสู่การศึกษาวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบัญญัติกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. และต่างประเทศ วิเคราะห์รูปแบบและลักษณะของการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการกันบุคคลไว้เป็นพยาน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนาปรับปรุงมาตรการการกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีประสิทธิภาพ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่ศึกษาวิจัยจากข้อมูลเอกสาร งานวิจัย กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. และต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ และประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงข้อมูลสถิติคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้กันบุคคลไว้เป็นพยานในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2564 และการสัมภาษณ์เชิงลึกบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด ผลการศึกษาพบว่า ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้กันบุคคลไว้เป็นพยานจำนวนทั้งสิ้น 133 เรื่อง โดยการทุจริตในงานจัดซื้อจัดจ้างเป็นรูปแบบการกระทำความผิดที่มีการกันบุคคลไว้เป็นพยานมากที่สุด มีจำนวน 101 เรื่อง ซึ่งมีลักษณะของการกระทำความผิด เช่น การมีส่วนได้เสียในสัญญา การปกปิดประกาศประกวดราคา/สอบราคา เป็นต้น รองลงมาเป็นการทุจริตในงานการเงินและบัญชี มีจำนวนคดีที่มีการกันบุคคลไว้เป็นพยาน 19 เรื่อง มีลักษณะของการกระทำความผิด ได้แก่ การเบิกจ่ายเงินในโครงการเป็นเท็จ และการเบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของหน่วยงาน การทุจริตในงานบริหารงานบุคคล มีจำนวนคดีที่มีการกันบุคคลไว้เป็นพยาน 8 เรื่อง มีลักษณะของการกระทำความผิด ได้แก่ การเรียกรับเงิน และการช่วยเหลือผู้เข้าสอบให้เป็นผู้สอบผ่าน การทุจริตในงานบริการ มีจำนวนคดีที่มีการกันบุคคลไว้เป็นพยาน 4 เรื่อง มีลักษณะของการกระทำความผิด ได้แก่ การไม่ดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การออกใบอนุญาตโดยมิชอบ และการเรียกรับเงิน และการทุจริตในงานการบังคับใช้กฎหมาย มีจำนวนคดีที่มีการบุคคลไว้เป็นพยานน้อยที่สุด จำนวน 1 เรื่อง โดยมีลักษณะของการกระทำความผิด คือ การจัดทำเอกสารเป็นเท็จ สำหรับในการดำเนินการกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พบว่ามีปัญหาอุปสรรคหลายประการ เช่น ปัญหาการตีความถ้อยคำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของบุคคลที่อาจถูกกันเป็นพยานที่ไม่มีการกำหนดคำนิยามที่ชัดเจน การไม่มีกฎหมายให้ความคุ้มครองการถูกฟ้องคดีแก่ผู้ถูกกันเป็นพยานกระบวนการนำเข้าพิจารณาการกันบุคคลไว้เป็นพยานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ใช้ระยะเวลานาน การขาดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในกรณีที่ผู้ถูกกันเป็นพยานไม่ไปเบิกความหรือกลับคำให้การในชั้นศาล เป็นต้น ซึ่งในงานวิจัยนี้ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาปรับปรุงมาตรการกันบุคคลไว้เป็นพยานของสำนักงาน ป.ป.ช. เช่น การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้มีความครอบคลุมการคุ้มครองผู้ถูกกันเป็นพยานจากการถูกจำเลยฟ้องคดี การเร่งรัดให้มีการบรรจุเรื่องการพิจารณากันบุคคลไว้เป็นพยานเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. การกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในกรณีที่ผู้ถูกกันเป็นพยานไม่ไปเบิกความหรือกลับคำให้การในชั้นศาล เป็นต้น

คำสำคัญ

พ.ศ.2561B.E. 2561 ( 2018)No Legal ProceedingOrganic Act on Anti-CorruptionPerson Involved or Related in the Commission of an OffenseTaking a person as witnessการกันบุคคลไว้เป็นพยานบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไม่ดำเนินคดี

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

โครงการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 ปีงบประมาณ 2551

ณรงค์ ใจหาญ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2551

โครงการศึกษาวิจัย เรื่อง หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในกรณีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล

เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2559

กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน

จรัญ ภักดีธนากุล สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ. 2553

การบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครองพยานเกี่ยวกับความผิดในการเลือกตั้ง

สุทธิชัย หล่อตระกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2557

มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองพยานบุคคลในคดีค้ามนุษย์

ชัยโรจน์ สิงหอัศวรัตน์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี พ.ศ. 2563

การศึกษาเพื่อพัฒนามาตรการพิเศษ ในการคุ้มครองพยาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 ปีงบประมาณ 2551

ณรงค์ ใจหาญ สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2551

การเปิดเผยพยานที่ไม่ใช่บุคคลอย่างบังคับในประเทศที่ใช้ระบบ Common Law : กรณีศึกษาเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ

บุษณีย์ ภัทราวัฒนานนท์ สำนักงานกิจการยุติธรรม พ.ศ. 2553

โครงการวิจัยแนวทางการกันผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดเป็นพยานในคดีพิเศษ เพื่อการพัฒนากฎหมาย

ปริญญา นิราศนภาภัย กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2564

บทสันนิษฐานความรับผิดทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล

ปวินี ไพรทอง มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2561

โครงการวิจัย "การศึกษาการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริตภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561: กรณีการมอบหมายงานและการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานอื่น"

เถกิงศักดิ์ ไชยา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564