โครงการวิจัยการทุจริตในระดับพื้นที่: กรณีเขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสถานการณ์การทุจริต รูปแบบและลักษณะของการทุจริตที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และจังหวัดในภาค 5 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการทุจริตในแต่ละรูปแบบของการทุจริต และวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และจังหวัดในภาค 5 และ 3) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะหรือแนวทางการป้องกันการทุจริตในพื้นที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และจังหวัดในภาค 5 โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก 2 แหล่งข้อมูล ประกอบด้วย 1) การเก็บข้อมูลทุติยภูมิ โดยทำการศึกษาข้อมูลจากการศึกษาเอกสาร เพื่อนำไปสู่การจัดทำกรอบแนวคิดในการวิจัย การศึกษาข้อมูลจากสถิติเรื่องกล่าวหาร้องเรียนและคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2562 ในเขตพื้นที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 จากระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ป.ป.ช. และ 2) การเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ 2.1) บุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แก่ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในภาค 5 จำนวน 24 ราย และ 2.2) ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 8 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 5 และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย จำนวน 5 ราย โดยผลการศึกษาพบว่า สถานการณ์การทุจริตในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 เมื่อพิจารณาจากเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่เข้ามายังสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งอาจสะท้อนสถานการณ์การทุจริตได้ในระดับหนึ่ง ประกอบกับข้อมูลการสัมภาษณ์ พบว่า สถานการณ์การทุจริตมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ที่มีจำนวนเรื่องร้องเรียนเข้ามายังสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในภาค 5 เพิ่มขึ้นจากก่อนใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ส่วนหนึ่งเป็นผลของกฎหมายที่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับตำแหน่ง รวมทั้งการที่เน้นการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตในเชิงรุก โดยลงพื้นที่ไปให้ความรู้แก่ประชาชน การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตมากขึ้น อีกทั้งการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริตที่ล่าช้า ประกอบกับในบางกรณีศาลอาจจะใช้ดุลพินิจในการพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดโดยให้รอลงอาญา ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เกรงกลัว อีกทั้งจากการศึกษาข้อมูลคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2562 พบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 79 คดี โดยการทุจริตในงานจัดซื้อจัดจ้างเป็นรูปแบบการทุจริตที่พบมากที่สุด จำนวน 45 เรื่อง ซึ่งเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนต่าง ๆ ของการจัดซื้อจัดจ้าง โดยลักษณะของการทุจริตที่พบมาก ได้แก่ การไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง การตรวจรับงานไม่เป็นไปตามสัญญา และการจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูงเกินจริง รองลงมาเป็นการทุจริตในงานการเงินและบัญชี จำนวน 14 เรื่อง มีลักษณะของการทุจริต ได้แก่ การเบียดบังทรัพย์สินของหน่วยงาน การเบิกเงินในโครงการเป็นเท็จ และการปลอมแปลงลายมือชื่อหรือเอกสาร การทุจริตในงานการบริการและบังคับใช้กฎหมาย จำนวน 9 เรื่อง มีลักษณะของการทุจริต ได้แก่ การไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การไม่จับกุมดำเนินคดี การไม่ส่งเรื่องดำเนินคดี เป็นต้น การจัดทำเอกสารเท็จ และการเรียกรับเงิน การทุจริตในงานบริหารงานบุคคล จำนวน 6 เรื่อง มีลักษณะของการทุจริต ได้แก่ การเรียกรับเงิน และการไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ส่วนการทุจริตในงานภาษีอากรและการจัดเก็บรายได้อื่น ๆ เป็นรูปแบบการทุจริตที่พบน้อยที่สุด จำนวน 5 เรื่อง โดยมีลักษณะของการทุจริต ได้แก่ การเบียดบังทรัพย์สินของหน่วยงาน การเอื้อประโยชน์ และการไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง สำหรับปัจจัยที่ก่อให้เกิดการทุจริตใน 2 รูปแบบการทุจริตที่เกิดขึ้นมากที่สุด พบว่า ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดการทุจริตในงานจัดซื้อจัดจ้างเกิดจากปัจจัยภายในตัวบุคคล ได้แก่ความไม่ซื่อสัตย์สุจริต และความโลภ รวมถึงปัจจัยด้านการเมืองที่อาจเกิดจากการถูกผู้บริหารท้องถิ่นสั่งการให้ดำเนินการหรือนักการเมืองในท้องถิ่นอาจเข้ามาแทรกแซงการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ หากผู้บริหารมีความสัมพันธ์หรือเป็นคนของนักการเมือง ส่วนปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดการทุจริตในงานการเงินและบัญชี คือปัจจัยภายในตัวบุคคล รวมถึงปัจจัยด้านระบบราชการที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการทุจริตได้ และในส่วนการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในภาค 5 มีจุดแข็งที่สำคัญคือ การมีสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ทำให้หน่วยงานและประชาชนสามารถเข้าถึงและติดต่อได้ง่าย และเจ้าหน้าที่สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบได้อย่างเร็ว รวมทั้งระบบงานมีกฎหมายระเบียบที่กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาการดำเนินงาน ส่วนจุดอ่อนสำคัญพบว่า ในด้านระบบงานคือ การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการพิจารณา ไต่สวนและวินิจฉัยคดี ส่งผลให้การพิจารณาคดีมีความล่าช้า เนื่องจากมีคดีจำนวนมาก รวมถึงบุคลากรมีจำนวนไม่สอดคล้องกับปริมาณงาน งานวิจัยนี้ได้มีข้อเสนอแนะหรือแนวทางการป้องกันการทุจริตในพื้นที่นั้น ในส่วนของการทุจริตในงานจัดซื้อจัดจ้าง ควรเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงการดำเนินการของหน่วยงานตรวจสอบต้องมีความรวดเร็ว และควรเน้นการตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่ ในส่วนของการทุจริตในงานการเงินและบัญชี ควรเน้นการใช้ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยในงานการเงินและบัญชี เพื่อช่วยลดโอกาสการทุจริต นอกจากนี้ระบบการควบคุมภายในต้องมีการตรวจสอบอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ สำหรับแนวทางการพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในภาค 5 ที่สำคัญ ได้แก่ ควรมีการปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานด้านปราบปรามการทุจริตทั้งในส่วนการไต่สวนและวินิจฉัยคดีให้มีความรวดเร็วขึ้น ควรพัฒนาปรับปรุงกระบวนการฝึกอบรมให้กับผู้ช่วยพนักงานไต่สวน/พนักงานไต่สวนที่บรรจุใหม่ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้นก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานจริง รวมทั้งปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านป้องกันการทุจริต การตรวจสอบทรัพย์สิน และการปราบปรามการทุจริตให้ครอบคลุมองค์ความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน