Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตกับสำนักงาน ป.ป.ช.

สุริยน วงศ์สุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตกับสำนักงาน ป.ป.ช. 2) ประเมินโครงการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตกับสำนักงาน ป.ป.ช. และ 3) จัดทำข้อเสนอแนะต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเป็นการศึกษาการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผ่านโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ซึ่งเป็นโครงการด้านการป้องกันการทุจริตที่สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ความสำคัญ อีกทั้งมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั่วประเทศมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือภาคประชาชน โดยใช้ การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) เป็นข้อมูลหลัก ในการเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นสมาชิกชมรม STRONG - จิตพอเพียงต้านทุจริตทั่วประเทศ ได้แก่ โค้ช กรรมการชมรม สมาชิกชมรม และเยาวชน รวมทั้งสิ้น 320 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม (Questionnaire) และใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) จากผู้เข้าร่วมโครงการที่เป็นสมาชิกชมรม วิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 20 คน การศึกษานี้มีข้อค้นพบหลักคือ รูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงาน ด้านการป้องกันการทุจริตกับโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ตามแนวคิดของ Cohen and Uphoff พบว่า ในภาพรวมภาคประชาชนมีส่วนร่วมอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.87 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมปฏิบัติการ ค่าเฉลี่ย 4.03 คะแนน รองลงมาคือ ด้านการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ค่าเฉลี่ย 3.91 คะแนน ด้านการ มีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ ค่าเฉลี่ย 3.86 และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมประเมินผล ค่าเฉลี่ย 3.68 คะแนน ในส่วนของผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนกับจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล พบว่า ประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา และรายได้ต่อเดือน ต่างกันมีส่วนร่วมในโครงการไม่แตกต่างกัน ขณะที่ประชาชนที่มีอาชีพ และบทบาทหน้าที่ในชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ต่างกันมีส่วนร่วมในโครงการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สำหรับในส่วนของปัญหาอุปสรรคที่พบจากการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่พบปัญหาอุปสรรคในเรื่องการสนับสนุนงบประมาณ คิดเป็นร้อยละ 59.69 รองลงมาคือปัญหาอุปสรรคเรื่องการมีภาระด้านการประกอบอาชีพ ด้านครอบครัว และด้านสุขภาพของสมาชิกชมรม คิดเป็นร้อยละ 52.50 และปัญหาอุปสรรคที่พบน้อยที่สุดคือเรื่องความรู้ความเข้าใจและทักษะในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเจ้าหน้าที่ คิดเป็นร้อยละ 12.19 นอกจากนี้ จากการประเมินโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต โดยประยุกต์จากตัวแบบซิปป์โมเดล (CIPP Model) พบว่า ผลการประเมินในภาพรวมของโครงการอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.90 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีระดับผลการประเมินอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ย มากที่สุด คือ ด้านผลผลิต (Product) ค่าเฉลี่ย 4.09 รองลงมาคือ ด้านบริบท (Context) ค่าเฉลี่ย 3.93 ด้านกระบวนการ (Process) ค่าเฉลี่ย 3.91 ด้านผลลัพธ์ (Outcome) ค่าเฉลี่ย 3.82 และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านปัจจัยนำเข้า (Input) ค่าเฉลี่ย 3.76 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต คือ การดำเนินโครงการในปีต่อ ๆ ไป ควรเปิดโอกาสให้ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตในแต่ละจังหวัด ได้มีส่วนร่วมในโครงการมากขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจบโครงการ เริ่มจากร่วมศึกษาปัญหาและความต้องการ ร่วมหาวิธีแก้ปัญหา ร่วมวางนโยบายและแผนงาน การออกแบบกิจกรรม ร่วมตัดสินใจการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ ร่วมปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้ และร่วมประเมินผลโครงการ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชมรม ซึ่งปัจจุบันการดำเนินโครงการเป็นการดำเนินโครงการภายใต้ที่ส่วนกลางเป็นผู้กำหนด แม้ในบางกิจกรรมจะมีการเปิดโอกาสให้ชมรมได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจออกแบบหรือเลือกดำเนินกิจกรรมที่เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ หรือตามแนวทางที่ชมรมเห็นควรก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง (Genuine Participation) นอกจากนี้ หากการดำเนินโครงการในปีต่อ ๆ ไป ส่วนกลางยังคงเป็นผู้กำหนดรายละเอียดของโครงการโดยเฉพาะงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินโครงการ ควรพิจารณาวงเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เช่น ขนาดพื้นที่ของจังหวัด และควรเพิ่มเติมรายการค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สำหรับเป็นค่าใช้สอยในกิจกรรมต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากกำหนดไว้ในแผนงานเมื่อมีความจำเป็น เช่น การลงพื้นที่เพิ่มเติม หรือการจัดอบรมบรรยายให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม อันจะเป็นการเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แก่ชมรมอีกทางหนึ่ง

คำสำคัญ

Public ParticipationAnti-corruptionการป้องกันการทุจริตการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนSTRONG MODEL Projectโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

แนวทางการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยอาศัยปัจจัยที่เป็นตัวทำนายทางสังคมวิทยาการเมือง

คุณากร กรสิงห์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2559

โครงการเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตจากนโยบายและโครงการของรัฐ

จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2563

โครงการประเมินกระบวนการและผลการปฏิบัติงานตามภารกิจด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.

ศิรินันท์ วัฒนศิริธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการการจัดสวัสดิการชุมชนในโครงการของการเคหะแห่งชาติ

มูลนิธิสถาบันวิจัยและปฏิบัติการทางสังคม การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2553

โครงการวิจัย "การศึกษาการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริตภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561: กรณีการมอบหมายงานและการบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานอื่น"

เถกิงศักดิ์ ไชยา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

การศึกษาแนวทางความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อภิชัย พันธเสน สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม พ.ศ. 2551

แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด

จิราพร บาริศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด พ.ศ. 2565

การศึกษารูปแบบการใช้กิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมในการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาสถาบันการศึกษาอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษา สถาบันการพลศึกษา

นัยนา พิชากูล มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2560

การพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตโดย อสม. และเครือข่ายภาคประชาชน

จิรพันธุ์ วิบูลย์วงศ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2559

การพัฒนาความร่วมมือภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการสร้างและขับเคลื่อนกลไกเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางสังคมในระดับพื้นที่ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น

ณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2564