Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2559

การพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตโดย อสม. และเครือข่ายภาคประชาชน

จิรพันธุ์ วิบูลย์วงศ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2559

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตโดย อสม. และเครือข่าย ภาคประชาชน ปึงบประมาณ ๒๕๕๕๙ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักรู้บทบาทและพฤติกรรมของ อสม. และเครือข่ายภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตรวมทั้งรูปแบบการป้องกันการทุจริตในระดับชุมชน ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอการดำเนินงานในปีต่อไป โดยทำการศึกษา อสม. และและเครือข่ายภาคประชาชนที่ ผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี ๒๕๕๕๕๕๕๗ และปี ๒๕๕๕๘ และเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ปลูกและปลุก จิตสำนึกต่อต้านการทุจริต ที่ดำเนินการโดย อสม.ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรดังกล่าว จาก ๔จังหวัดๆ ละ ตำบล ด้วยวิธีการสุ่มอย่างแบบเจาะจงโดยความสมัครใจของพื้นที่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดโดยมีพื้นที่วิจัย ๔ แห่ง คือ จังหวัดกาญจนบุรี (ตำบลหนองสาหร่าย) จังหวัดสกลนคร (ตำบลธาตุทอง) จังหวัดสุโขทัย (ตำบลกก แรต) และจังหวัดสงขลา (ตำบลทับช้าง) นอกจากนั้นยังเก็บรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ข้างเคียงที่อยู่นอกพื้นที่วิจัย ด้วย การศึกษาครั้งนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลจาก อสม. และเครือข่ายภาคประชาชนรวมจำนวนทั้งสิ้น ๑,๐๑๐ ราย โดยสัดส่วนของผู้ตอบแบบสอบถามนอกพื้นที่วิจัยมีสัดส่วนมากกว่าในพื้นที่วิจัยประมาณ ร้อยละ ๖๐ ต่อร้อยละ ๔๐ ตามลำดับผู้ให้ข้อมูลประมาณครึ่งหนึ่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และอีกประมาณ ร้อยละ ๑๔ เป็น อสม.และมีตำแหน่งเป็นกรรมการอื่นๆ ในชุมชนด้วย โดยอีกร้อยละ ๑๘๘๘เป็นเครือข่ายภาค ประชาชน และอีกร้อยละ ๑๖เป็นเครือข่ายภาคประชาชนและดำรงตำแหน่งกรรมการอื่นๆ ในชุมชุมชนด้วย มีข้อค้นพบที่น่าสนใจได้แก่ ๑.) กลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ ๕ เห็นว่าการให้และรับเงินสินบนเป็น เรื่องที่เหมาะสม และถ้าเป็นตนเองถ้ามีโอกาสก็จะทำเช่นกันและประมาณร้อยละ ๓๐ มีเห็นว่าการให้และรับ เงินดังกล่าวเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัดส่วนแนวคิดในแง่ลบต่อการป้องกันการทุจริตที่ค่อนข้าง สูงและควรพิจารณาแก้ไขอย่างยิ่ง ๒.) ประชากรตัวอย่างในพื้นที่วิจัยประมาณร้อยละ ๗๐ ระบุว่าเมื่อพบเห็น การทจริตแล้วอยากจะทำการบางอย่างแต่ไม่ได้ทำ และมีเพียงร้อยละ ๑๕ ที่ได้ทำ เช่นการเตือน การเฝ้าระวัง การแจ้งเหตุ และพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจถึงสิ่งที่ถูกต้องผู้ที่อยากทำแต่ไม่ได้ทำให้เหตุผลว่ากลัวอิทธิพล ไม่ใช่เรื่องของตน ไม่มีอำนาจ ไม่มีความสามารถ ทำไปแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือก็ไม่เกิดขึ้นโดยเร็ว ดังนั้นจึง ควรสร้างบรรยากาศและกลไกในชุมชนให้เห็นถึงผลดีของการเปลี่ยนแปลงในการร่วมกันในการป้องกันการ ทุจริต ๓.) ประชากรประมาณร้อยละ ๑๔ คิดว่าการโกงหรือทจริตนั้นไม่สามารถป้องกันได้เพราะเป็นเรื่องที่คน ส่วนมากกระทำกันเป็นปกติ หรือเป็นการแอบทำกันเป็นการลับ และประชากรในพื้นที่วิจัยร้อยละ ๑๖ ไม่เห็น ด้วยกับแนวคิดในการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมโนการป้องกันการทุจริต เพราะไม่ใช่หน้าที่ของประชาชน ในชุมชน และประชาชนไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ และอะอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินซึ่งซึ่งถือได้ ว่าเป็นสัดส่วนที่ไม่น้อยรวมทั้งเหตุผลที่น่ากังวลที่ควรเร่งแก้ไขและสร้างความเข้าใจ ๔.) ประชากรเกือบร้อละ ๖๐ ไม่ทราบว่ามีเครือข่ายร่วมต้านการทุจริตรวมทั้งชุมชนไม่มีเครือข่ายร่วมต้านทุจริตและร้อยละ ๗๔ ที่รู้จัก ปปช. ส่วน ปปท.รู้จักเพียงร้อยละ ๒๙ และใช้บริการลดลงเหลือร้อยละ ๕และร้อยละ ๒ ตามลำดับจากข้อค้นพบข้างต้นเห็นได้ว่ายังมีประชากรตัวอย่างจำนวนหนึ่งที่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ความ ตระหนักรู้ และยังไม่แสดงบทบาทหรือยังมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในการป้องกันการทุจริตในชุมชน แม้จะ เป็นสัดส่วนที่ไม่มาก แต่ก็สะท้อนให้เห็นภาพที่ควรพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้งานการป้องกันทุจริตใน ชุมชนโดย อสม. และเครือข่ายภาคประชาชนมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนการศึกษาและพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตระดับชุมชน ได้จากการประชุมปฏิบัติการที่ ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะทำงานและผู้แทนจากพื้นที่วิจัย ได้แก่อสม.และเครือข่ายภาคประชาชน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบลและจังหวัด สรุปได้ว่าการพัฒนาการป้องกันทุจริตในชุมชุมชน โดย อสม. และ เครือข่ายภาคประชาชน ควรเริ่มที่ตนเองและครอบครัว โดยพัฒนาจิตสำนึกในเรื่องบาปบุญคุณโทษ พร้อม สอดแทรกความรู้ในเรื่องการทุจริต และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการป้องกันการทจริต พร้อมทั้งกำหนด บทบาท และระบบการสนับสนุนทั้งกฎระเบียบวิธีการปฏิบัติ รวมทั้งโครงสร้างของหน่วยงาน เพื่อให้ อสม. และเครือข่ายภาคประชาชนสามารถเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสได้ พร้อมทั้งการพัฒนาและการให้ความรู้เพื่อ การขยายเครือข่ายภาคประชาชนในการป้องกันการทุจริตอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิดเรื่องการสาธาธารณสุขมูล ฐาน ที่เน้นในการดูแลตนเอง ครอบครัวและชุมชนบนพื้นฐานความรู้ บริบท และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจน ความเป็นอาสาสมัครที่ตั้งอยู่บนจิตอาสาและประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าส่วนตน โดยสามารถสรุปเป็น รูปแบบหรือแนวคิดสั้นๆ ได้ว่า "เชิญชวน ชี้นำ ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ติดตามต่อเนื่อง ประยุกต์เรื่องและวิธี บน วิถีของเราและรากเหง้าของชุมชน"

คำสำคัญ

Corruptionอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านการทุจริตหรือการป้องกันการทุจริตอสม.เครือข่ายภาคประชาชนanti-corruptPublic networksVillage Health Volunteer or VHV

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนารูปแบบการป้องกันการทุจริตโดย อสม. และเครือข่ายภาคประชาชน

จิรพันธุ์ วิบูลย์วงศ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2560

รูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายองค์กรประชาสังคมเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์

อัจฉริยะ วะทา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2561

การพัฒนาความร่วมมือภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการสร้างและขับเคลื่อนกลไกเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางสังคมในระดับพื้นที่ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น

ณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2564

โครงการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการดำเนินงานด้านการป้องกันการทุจริตกับสำนักงาน ป.ป.ช.

สุริยน วงศ์สุจริต สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2564

การพัฒนารูปแบบเครือข่ายองค์การบริการส่วนตำบลด้านการทำงานป้องกันควบคุม โรคในพื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 อุบลราชธานี

มนัสนันท์ ลิมปวิทยากุล กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2553

การพัฒนาขีดความสามารถ อสม.นครบาลและเครือข่ายภาคประชาชนกับบทบาทนักจัดการสุขภาพชุมชนเมือง

มนวดี ประกายรุ้งทอง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พ.ศ. 2558

แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเพื่อการยกระดับการรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ เขตจังหวัดภาคเหนือตอนบน

ธนู ธิแก้ว สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2565

การเสริมสร้างเครือข่ายการต่อต้านการทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดกาญจนบุรี

สมชาย ชูเมือง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การประเมินผลโครงการพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน

ดวงดาว อุบลแย้ม วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พ.ศ. 2551

การสร้างเครือข่ายกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์เพื่อสวัสดิการชุมชนอย่างยั่งยืน

พระธงชัย มนตรีวงศ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2563