รูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายองค์กรประชาสังคมเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายประชาสังคมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต จังหวัดมหาสารคาม โดยใช้หลักสูตรฝึกอบรมผู้นำเครือข่ายประชาสังคม และเพื่อประเมินผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมผู้นำเครือข่ายประชาสังคมโดยศึกษาเปรียบเทียบความรู้ เจตคติและพฤติกรรมการป้องกันการทุจริต กระบวนการดำเนินการแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การสำรวจความจำเป็นในการสร้างรูปแบบ ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนาหลักสูตร ระยะที่ 3 การทดลองใช้หลักสูตร ระยะที่ 4 การประเมินผลและปรับปรุงหลักสูตร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้นำเครือข่ายประชาสังคมกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ จำนวน 120 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดความรู้เกี่ยวกับป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.29 ถึง 0.71 ค่าความยากง่ายรายข้อตั้งแต่ 0.26 ถึง 0.70 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.79 แบบวัดเจตคติต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.34 ถึง 0.78 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.77 และแบบวัดพฤติกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.30 ถึง 0.77 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.88 แบบประเมินความสอดคล้องและความเหมาะสมของหลักสูตรฝึกอบรมเท่ากับ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ paired t – test ผลการศึกษาวิจัยพบว่า รูปแบบสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคือ การฝึกอบรมผู้นำเครือข่ายประชาสังคมโดยใช้หลักสูตรพัฒนาผู้นำเครือข่ายประชาสังคมเพื่อส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การสำรวจความจำเป็นในการสร้างรูปแบบการพัฒนาผู้นำเครือข่ายประชาสังคม โดยการวิเคราะห์เอกสาร แนวคิดทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559) ศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคมปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต และ การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสำรวจความต้องการฝึกอบรม 2) การสร้างและพัฒนาหลักสูตร มี 2 ขั้นตอนคือ การร่างหลักสูตรและการปรับปรุงร่างหลักสูตรฝึกอบรมก่อนนำไปใช้จริง และการประเมินโครงร่างหลักสูตร 3) การทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมและ4) การประเมิน ผลและปรับปรุงหลักสูตร เนื้อหาของหลักสูตรประกอบด้วยสาระ 5 หน่วยคือ 1) เกี่ยวกับความรู้ด้านภาวะผู้นำ 2) ความรู้และทักษะด้านการพัฒนาทีมงานและเครือข่าย 3) ความรู้เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น 4) ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 5) ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล เป็นการพัฒนาภาวะผู้นำด้านความรู้ เจตคติ และพฤติกรรมของผู้นำเครือข่ายประชาสังคมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าหลังการฝึกอบรมผู้นำองค์กรประชาสังคม มีความรู้และทักษะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอยู่ในระดับมาก โดยมีความรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำ เจตคติต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและพฤติกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยรวมหลังการฝึกอบรมเพิ่มขึ้นจากก่อนฝึกอบรม (p–value < 0.05) คำสำคัญ การพัฒนาผู้นำเครือข่ายประชาสังคม, การป้องกันและปราบปรามการทุจริต