กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการทุจริตในภาครัฐของจังหวัดร้อยเอ็ด 2)เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของการทุจริตในภาครัฐของจังหวัดร้อยเอ็ด 3)เพื่อศึกษาแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด และ 4)เพื่อสร้างรูปแบบแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 305 คน โดยเลือกแบบเจาะจง ใช้แบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึก ในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การวิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัญหาการทุจริตโดยทั่วไปโดยการทุจริตส่วนใหญ่เกิดกับผู้บริหารระดับสูง (รอง/อธิบดี/ปลัด) มีการทุจริตเกิดจากเงิน/ทรัพย์สินรูปแบบการทุจริตเป็นการจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ วิธีการทุจริตที่พบในหน่วยงานเป็นการการยักยอก การทุจริตที่พบส่วนใหญ่มีจำนวนของผู้ที่ทำการทุจริตมากกว่าสามคนมูลเหตุของการกระทำการทุจริตของผู้บริหาร/พนักงาน คือค่านิยมในสังคมที่ให้ความสำคัญกับวัตถุ 2. ปัจจัยเชิงสาเหตุของการทุจริตในภาครัฐของจังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจัยภายนอก มีการแทรกแซงและใช้อำนาจของนักการเมือง กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และการเป็นแบบอย่างของผู้นำ ส่วนปัจจัยภายใน โอกาสและแรงจูงใจทัศนคติต่อการทุจริต ความซื่อสัตย์สุจริต และ ค่านิยมส่วนบุคคล 3. แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้เข้าไปมีบทบาทในการป้องกันการทุจริตมีโอกาสเข้าร่วมประชุมกำหนดนโยบายร่วมตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชน 4. รูปแบบแนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม จังหวัดร้อยเอ็ด ประกอบด้วย โอกาสและแรงจูงใจการบริหารงานของรัฐ และค่านิยมส่วนบุคคล