โครงการประเมินกระบวนการและผลการปฏิบัติงานตามภารกิจด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประเภท ลักษณะคดี ขั้นตอนการดำเนินงานและระยะเวลาการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. (2) ประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผลการดำเนินงานตามภารกิจด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และ (3) จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบการปฏิบัติงานและการดำเนินการอื่น ๆ เพื่อให้การปฏิบัติงานปราบปรามการทุจริตมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้กรอบระยะเวลาการดำเนินการของกฎหมาย โดยเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods Research) ที่ศึกษาทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ (1) เอกสาร งานวิจัย และกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริต (2) ข้อมูลเชิงสถิติเกี่ยวกับระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต ตั้งแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เริ่มมีผลบังคับใช้ ข้อมูลผลการดำเนินงานของหน่วยงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช. และข้อมูลผลการดำเนินคดีหลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2563 และ (3) ข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถามจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยผลการศึกษาพบว่า การดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจรับคำกล่าวหา การตรวจสอบเบื้องต้น และการไต่สวน โดยมีการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561 และหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. เกี่ยวกับการตรวจรับคำกล่าวหา สำหรับระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงานตามขั้นตอนข้างต้นพบว่า การตรวจรับคำกล่าวหาใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการดำเนินงานอยู่ที่ 73.50 วันต่อเรื่อง การตรวจสอบเบื้องต้นใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการดำเนินการ 384.62 วันต่อเรื่อง และการไต่สวนใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการดำเนินการ 556.37 วันต่อเรื่อง การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยผลการประเมินประสิทธิภาพในภาพรวมพบว่า อยู่ในระดับ มีประสิทธิภาพปานกลาง มีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.00 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน เมื่อพิจารณารายตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1 การประเมินผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการและแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พบว่า ผลการดำเนินงานในทั้ง 3 ขั้นตอน มีระดับค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2.33 อยู่ในระดับ มีประสิทธิภาพปานกลาง โดยการตรวจสอบเบื้องต้นสามารถดำเนินงานได้ผลสูงกว่าเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการ ส่วนการดำเนินงานในขั้นตอนการตรวจรับคำกล่าวหาและขั้นตอนการไต่สวนยังมีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และตัวชี้วัดที่ 2 การประเมินผล การดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เทียบกับระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง พบว่า ในภาพรวมผลการดำเนินงานในทั้ง 3 ขั้นตอน มีระดับค่าคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3.67 อยู่ในระดับ มีประสิทธิภาพมาก โดยการดำเนินงานในขั้นตอนการตรวจรับ คำกล่าวหาและการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ทันภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนการไต่สวนพบว่าในภาพรวมของการไต่สวนใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการดำเนินงานอยู่ในกรอบเวลาตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 2 ปี สำหรับการประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วย 1 ตัวชี้วัด คือ ความสำเร็จของการดำเนินคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2563 พบว่า การดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. มีประสิทธิผลอยู่ในระดับ มีประสิทธิผลมากที่สุด มีค่าคะแนนในระดับ 5 เนื่องจากศาลมีการพิพากษาลงโทษตามที่ชี้มูล โดยมีการยกฟ้องเป็นส่วนน้อย ในการดำเนินงานด้านการปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. มีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน โดยในขั้นตอนการตรวจรับคำกล่าวหามีปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การที่พนักงานไต่สวนมีเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นหรือไต่สวนที่เร่งด่วน ทำให้ต้องไปดำเนินการในเรื่องดังกล่าวก่อน ในขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้นมีปัญหาที่พบมากที่สุดคือ เจ้าหน้าที่มีเรื่องกล่าวหาในความรับผิดชอบจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด และขั้นตอนการไต่สวนมีปัญหาที่พบมากที่สุดคือ กรอบระยะเวลาตามกฎหมายไม่สอดคล้องกับระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าวได้ อีกทั้งยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน เช่น การขาดเจ้าหน้าที่ช่วยงานธุรการทางคดี การขาดคู่มือการปฏิบัติงาน การขาดความเชี่ยวชาญในการทำคดีเฉพาะด้าน เป็นต้น งานวิจัยนี้ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีความรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การแก้ไขกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การกำหนดกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง และระดับความยากง่ายของเรื่องกล่าวหา การพัฒนา การประสานงานกับหน่วยงานภายนอกเพื่อให้มีการส่งข้อมูลเอกสารหลักฐานด้วยความรวดเร็วและเพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานตรวจสอบเบื้องต้นและไต่สวน การพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานปราบปรามการทุจริต เป็นต้น