Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยแนวทางการกันผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดเป็นพยานในคดีพิเศษ เพื่อการพัฒนากฎหมาย

ปริญญา นิราศนภาภัย กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่องานวิจัยเรื่อง การกันผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิดเป็นพยานในคดีพิเศษเพื่อการพัฒนากฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาในประเทศไทย ศึกษาสภาพปัญหาในการสืบสวน สอบสวน และการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีอาญาที่มีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่ไม่มีพยานอื่นในคดีที่สามารถยืนยันการกระทำความผิดของตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนที่สำคัญ นอกจากผู้ต้องหาหรือผู้ร่วมกระทำความผิด เพื่อรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล เชิงคุณภาพนำไปสู่การพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน การวิจัยนี้เป็นการวิจัย เชิงคุณภาพ ดำเนินการวิจัยเชิงเอกสาร โดยการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารในเรื่องแนวคิด ทฤษฎี กฎหมาย รวมถึงงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ เชิงลึกรายบุคคล ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิในกระบวนการยุติธรรม ผู้บริหารระดับสูง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ จำนวน 17 ราย อีกทั้ง งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการ จัดสนทนากลุ่มในระดับผู้อำนวยการส่วนในหน่วยงานด้านคดีพิเศษ จำนวน 14 หน่วยงาน โดยนำข้อมูลที่ได้ไปกำหนดแนวทางและ/หรือข้อเสนอแนะในการพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งผลการวิจัยเสนอแนะให้เพิ่มเติมบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่อง การกันผู้ต้องหาหรือผู้กระทำความผิด เป็นพยานในคดีพิเศษ ในกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และจัดทำอนุบัญญัติ เพื่อกำหนดแนวทางวิธีการปฏิบัติ เงื่อนไข หรือกลไกอื่นใด เพื่อสร้างความโปร่งใส โดยให้สามารถตรวจสอบถ่วงดุลในกระบวนการดังกล่าว นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหาพยานหลักฐานและการอำนวยความยุติธรรมให้กับ ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวนและการแสวงหาพยานหลักฐาน ในคดีอาญาที่มีลักษณะเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไข เพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นไปที่การแสวงหาพยานหลักฐานในกรณีที่ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดในคดีที่จะสามารถยืนยันการกระทำความผิดของตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนที่สำคัญ ผลการวิจัยมีข้อค้นพบและข้อเสนอแนะ ดังนี้1. การสืบสวนสอบสวนและการแสวงหาพยานหลักฐานในคดีพิเศษมีความยุ่งยาก ซับซ้อน และยากต่อการแสวงหาพยานหลักฐาน โดยคดีพิเศษส่วนใหญ่เป็นคดีที่มีการกระทำความผิดทางอาญาที่สำเร็จแล้ว หรือสำเร็จนานแล้ว ไม่ใช่คดีความผิดซึ่งหน้า หรือคดีความผิดที่เพิ่งจะกระทำความผิดสำเร็จ2. ผู้กระทำความผิดมักจะรู้กันเองในกระบวนการ มีลักษณะการกระทำที่ตัดตอน ไม่สามารถสาวถึงตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงได้ ดังนั้น การจับกุมผู้กระทำความผิดที่ไม่ใช่ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุนที่สำคัญ จึงไม่สามารยับยั้งอาชญากรรมคดีพิเศษได้อย่างสิ้นซาก3. ควรมีการแสวงหาพยานหลักฐานโดยวิธีการใหม่ ๆ อาทิ การกันไว้เป็นพยาน ซึ่งกฎหมายใหม่ ๆ มีการบัญญัติไว้ด้วยแล้ว อาทิ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 ประกอบกับประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561 เป็นต้น4. ควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 โดยนำเรื่อง การกันผู้ร่วมกระทำผิดหรือผู้ต้องหาเป็นพยานในคดีพิเศษมาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาพยานหลักฐาน เป็นบทบัญญัติเพิ่มเติม5. กำหนดกลไกในการพิจารณากลั่นกรองว่าคดีพิเศษใดสามารถใช้วิธีการกันเป็นพยานได้ โดยอาจ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง หรืออาจมอบหมายรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ควบคุมกำกับ ในคดีให้เป็นผู้พิจารณากลั่นกรอง ก่อนเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ความเห็นชอบ6. การกันเป็นไว้พยานนั้นจะต้องสามารถนำไปสู่พยานหลักฐานอื่นที่มีความสำคัญ มีความน่าเชื่อถือ และมีจำนวนพยานหลักฐานในปริมาณที่มากเพียงพอที่จะนำไปสู่การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานในชั้น พิจารณาของพนักงานอัยการและศาล7. ให้กำหนดเงื่อนไขให้มีพนักงานอัยการมาสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีพิเศษ ที่มีความประสงค์จะใช้วิธีการกันไว้เป็นพยาน8. ควรกำหนดเงื่อนไขให้มีที่ปรึกษาคดีพิเศษเข้าร่วมในคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ9. การลงมติในการกันผู้ร่วมกระทำผิดหรือผู้ต้องหารายใดให้เป็นมติของคณะพนักงานสอบสวน คดีพิเศษโดยเอกฉันท์10. การกันผู้ร่วมกระทำผิดหรือผู้ต้องหาเป็นพยานในคดีพิเศษให้สามารถดำเนินการได้ทั้งในชั้นสืบสวนและชั้นสอบสวน โดยกระทำได้ทั้งในกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่มีการแจ้งข้อหาหรือมี การแจ้งข้อหาแล้ว11. ในคดีพิเศษใดได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินการกันผู้ร่วมกระทำผิดหรือผู้ต้องหาไว้เป็นพยานให้ดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองพยานตามที่กฎหมายกำหนดควบคู่กันโดยทันที 12. กำหนดให้มีมาตรการการรักษาความลับเรื่องการกันผู้ต้องหาหรือผู้กระทำผิดไว้เป็นพยานในคดีพิเศษ แยกต่างหากจากเรื่องการรักษาความลับในสำนวน13. ให้นำผลการวิจัยนี้เสนอในการประชุมคณะรัฐมนตรี การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย และการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสอบสวน คดีพิเศษ พ.ศ. 254714. ให้มีการออกข้อบังคับ กคพ. (คณะกรรมการคดีพิเศษ) โดยกำหนดแนวทาง วิธีปฏิบัติและเงื่อนไขต่าง ๆ ในรายละเอียดเพื่อเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาคำสำคัญ : การสืบสวนสอบสวน, คดีพิเศษ, การแสวงหาพยานหลักฐาน

คำสำคัญ

ImmunityพยานคดีพิเศษWitnessSpecial Caseการกันไว้เป็นพยาน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศึกษาปัญหาข้อขัดข้องการบังคับใช้กฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ ในส่วนที่เกี่ยวกับพยานหลักฐาน

สำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ. 2556

การบังคับใช้กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของพนักงานสอบสวน ศึกษาเฉพาะสิทธิของผู้เสียหายและผู้ต้องหาในคดีอาญาเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

สมฤทธิ์ จันขันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2559

การพัฒนาประสิทธิภาพการคุ้มครองพยานในคดีอาญา

ธัญญะ ระย้า กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พ.ศ. 2564

โครงการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 ปีงบประมาณ 2551

ณรงค์ ใจหาญ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2551

การศึกษาเปรียบเทียบการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย

ฉัตตมาศ วิเศษสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2560

การนำระบบไต่สวนมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาศึกษาเปรียบเทียบนานาประเทศ

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พ.ศ. 2556

ความเข้าใจและการใช้นิติวิทยาศาสตร์ในการสอบสวนคดีอาชญากรรมเฉพาะทาง ของพนักงานสอบสวน

ศิริรัตน์ ชูสกุลเรียง มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2563

การพัฒนากระบวนการสอบสวนคดีอาญาของไทย

พฤกษา เครือแสง พ.ศ. 2559

การฟ้องคดีอาญา : ศึกษากรณีผู้เสียหายมอบให้ผู้อื่นดำเนินคดีอาญาแทน

อาทิตยา ศุภวัชโรบล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

ความรับผิดของพนักงานสอบสวนในสิ่งของที่ถูกยึดระหว่างดำเนิน คดีอาญา

อาระดา พุ่มไพศาลชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง พ.ศ. 2559