กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัย เรื่อง การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินคดีพิเศษ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เรื่อง การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ดำเนินคดีพิเศษ เพื่อมุ่งศึกษาการมีส่วนร่วม ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินคดีพิเศษ และแนวทางการส่งเสริมและสนับสนุนการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน วิธีดำเนินการวิจัยและการออกแบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ประชากรกลุ่มตัวอย่างเป็น ประชาชนในชุมชนจากทุกภูมิภาค จำนวน 12 จังหวัด จำนวนรวมทั้งสิ้น 972 ราย ส่วนการวิจัยเชิง คุณภาพใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้นำชุมชนและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 64 ราย และผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมจำนวน 12 ราย ประกอบกับการสนทนากลุ่ม ผู้นำชุมชนและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคละ 1 แห่ง รวม 4 แห่ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 31 ราย และการประชุมเชิงปฏิบัติการเสนอผลการวิจัย เป็นเทคนิควิธีในการสรุปผลเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ผลการวิเคราะห์ประมวลผลด้วยโปรแกรมSPSS / W (Statistical Packages for Social Sciences for Windows) ความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินคดีพิเศษโดยใช้เทคนิค การวิเคราะห์การผันแปรทางเดียว(One-Way Analysis of Variance) และการทดสอบที (t-test) พบว่า กลุ่มตัวอย่างประชาชนในชุมชน (1)ภูมิภาค (2)อายุ (3)ระดับการศึกษา (4)ระดับการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารในการดำรงชีวิตประจำวัน (5)ระดับความรู้ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีพิเศษ (6)ระดับความไว้วางใจต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (7)ความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานของกรม สอบสวนคดีพิเศษ (8)การเป็นสมาชิกเครือข่าย DSI ภาคประชาชน และ/หรือ สมาชิกเครือข่าย ยุติธรรมชุมชนและ (9)ระดับรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกันจะมีความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินคดีพิเศษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเชิงบวก หากแต่ (1)การมีบทบาทและสถานภาพสังคมในชุมชนท้องถิ่น (2)การเคยเข้าร่วมประชุมสัมมนาอบรมเกี่ยวกับกระบวนการ ยุติธรรมในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมา (3)การเคยเข้าร่วมประชุมสัมมนาอบรมเกี่ยวกับการประชาสังคม การมีส่วนร่วมของประชาชนในรอบ 3 ปี ที่ผ่านมาและ (4) ความคิดเห็นในการมีอาสาสมัคร ช่วยเหลือการปฏิบัติงานของ DSI ไม่มีผลต่อความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินคดีพิเศษแตกต่างกันแต่อย่างใด