การศึกษาความต้องการของประชาชนและประเมินผล การดำเนินงานการให้ความรู้และความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการศึกษาความต้องการของประชาชนและประเมินผลการดำเนินงานการให้ความรู้และ ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Research) ที่มีวัตถุประสงค์ หลักเพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการให้ความรู้แก่ประชาชนและการให้บริการความ ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนต่างๆ ของหน่วยงานเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรม ศึกษา ความต้องการของประชาชนในด้านการให้ความรู้แก่ประชาชนและการให้บริการความช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชน และกำหนดกลไกและรูปแบบ และแนวทางในการให้ความรู้แก่ประชาชนและการ ให้บริการความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ที่เหมาะสม และนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรม อย่างเป็นระบบ และเพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนา ระบบอำนวยความยุติธรรมให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและ สถานการณ์สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทำการสำรวจเก็บรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วไป จำนวน 802 ตัวอย่าง และกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ผ่านการอบรม ความรู้ทางกฎหมาย จำนวน 208 ตัวอย่าง มาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) ร่วมกับ การวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) จากการประเมินผลการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน พบว่า ประชาชนทั่วไปประมาณ ร้อยละ 50 เห็นว่าหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงานสามารถให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ ประชาชน และหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานแรกที่ประชาชนทั่วไปคิดว่าสามารถให้ความรู้ทาง กฎหมายแก่ประชาชนได้ ก็คือ สถานีตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ประชาชนทั่วไปเคยขอความรู้ทาง กฎหมายมากที่สุด และส่วนมากเข้าติดต่อกับหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมโดยตรง และส่วนมากขอ ความรู้เกี่ยวกับการกู้ยืม การค้ำประกัน และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ต่างๆ ส่วนผู้ที่ผ่านการอบรม ความรู้ทางกฎหมายจากหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมมีความคิดเห็นว่าเนื้อหาความรู้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้จริง การประเมินผลการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พบว่า ประชาชนทั่วไปประมาณ ร้อยละ 55 เห็นว่าหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมสามารถให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ได้ และหน่วยงานที่ประชาชนส่วนมากเข้าไปติดโดยตรงเพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย ก็คือ สถานีตำรวจ เช่นเดียวกันกับการขอความรู้ทางกฎหมาย โดยส่วนมากขอความช่วยเหลือทางกฎหมาย เกี่ยวกับการกู้ยืม การค้ำประกัน และความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ต่างๆ เช่นกัน จากการศึกษาความต้องการของประชาชนและประเมินผลการดำเนินงานการให้ความรู้และ ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ได้มีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) หน่วยงานกระบวนการยุติธรรม ต่างๆ ควรตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อสนับสนุนแผนงานการประชาสัมพันธ์การให้ความรู้และ ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนทั่วไป 2) ควรมีการจัดทำแผนงาน/โครงการอบรมให้ความรู้ ทางกฎหมายแก่ประชาชน ในหัวข้อใกล้ตัวของประชาชนทั่วไป อาทิ การกู้ยืม ค้ำประกัน การบังดับคดี ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการนำไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง 3) ควรประชาสัมพันธ์บทบาท หน้าที่การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายผ่านสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ 4) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักที่ประชาชนทั่วไปเข้าไปขอความรู้และความช่วยเหลือ ซึ่งควรจัดตั้งศูนย์ประสานงาน และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการให้ความรู้และความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเป็น เอกภาพและมีความสอดคล้องกันเอง 5) ควรจัดการอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายกับประชาชนอย่าง เหมาะสมและต่อเนื่อง และควรจัดโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชนในแต่ละภูมิภาค 6) ควรเพิ่มช่องทางในการให้ความรู้ทางกฎหมาย ผ่านสื่อที่มีความทันสมัย เช่น ระบบ Internet หรือทางโทรศัพท์ และควรมีการปรับปรุงระบบการให้ข้อมูลให้เข้าถึงได้ง่าย และ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และ 7) ควรมีการทำวิจัยสถาบันและการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานตาม ภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล