การพัฒนาเครือข่าย อสม. ในการดำเนินการพิทักษ์สิทธิเยาวชนและผู้บริโภคในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2556
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (PAR : Participatory Action Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครือข่าย อสม.ในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานใน/นอก ชุมชนทุกระดับ และสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบการทำงานของ อสม.ใน การพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างพื้นที่วิจัย เลือกแบบจำเพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ตำบลที่มี อสม.ดีเด่นสาขาการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน ระดับจังหวัด ปี ๒๕๕๒ จำนวน ๕ พื้นที่ คือจังหวัดสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ อสม.และเครือข่ายดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่เป้าหมาย สุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ เจาะลึก (Indepth Interview) บุคคลสำคัญ และเทคนิคการแนะนำต่อ หรือสโนว์บอลลลล์ (Snow Ball Sampling Technique) พื้นที่ละ ๑๐ คน รวม ๕๐ คน คัดเลือกตัวแทนเข้าร่วม สนหนากลุ่ม พื้นที่ละ ๒ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ - ๑๒ คน รวม ๑๑๕ คน เก็บรวบรวมข้อมูล โดย สัมภาษณ์บุคคลเป้าหมาย โดยทีมนักวิจัยเอง และโดย อสม.ดีเด่น การสนทนากลุ่มจะแบ่งกลุ่มย่อย ๒ กลุ่มเขียนแผนที่ความคิด (mindmap) ประกอบการสนทนา เก็บข้อมูลจากแนวคำถามที่สร้างขึ้น สนทนาจนข้อมูลอิ่มตัว และรวมกลุ่มทำเวทีประชาคมสร้างแผนงานพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ประกอบกับ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non Participate Observation) จะสังเกตลักษณะชุมชน สภาพแวดล้อม ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลแบบ ๓ เส้าด้านข้อมูลที่เก็บต่างรูปแบบกัน (Data Triangulation) วิเคราะห์ข้อมูลโดยวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และใช้วิธีการสรุป แบบอุปนัย พบว่า ๑. ปัญหาการพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคของพื้นที่ ได้แก่เรื่องยา การขายยาอันตราย ยาชุด ยาควบคุมและยาลูกกลอน ยาสมุนไพรขายตรง ด้านอาหารพบปัญหาสารปราบศัตรูพืชในผัก ด้าน ผู้ประกอบการร้านอาหารและแผงลอยพบปัญหาเรื่องสุขลักษณะ ขายของเกินราคา/ไม่มีป้ายราคา จำหน่ายอาหารไม่มีคุณภาพ ประชาชนและผู้ประกอบการขาดความรู้ เรื่องอาหารปลอดภัย สิทธิผู้บริโภค ช่องทางร้องเรียน และโฆษณาเกินจริง ๒. ผลงานเด่นในพื้นที่คือการพัฒนากลุ่ม การสร้างศูนย์เรียนรู้ การรณรงค์ต่างๆ และการ เป็นวิทยากร ๓. เครือข่ายและการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค ได้แก่ อสม./รพ.สต. ร่วมตรวจ แนะนำ สอดส่อง ร้านชำ ร้านอาหาร/แผงลอย ให้สุขศึกษา รณรงค์ต่างๆ การจัดรายการวิทยุ อปท.จะ สนับสนุนงบประมาณในกิจกรรมต่าง ๆ ชมรมผู้ประกอบการ หรือชมรมคุ้มครองผู้บริโภค โรงเรียน หน่วยงานราชการ ได้แก่ หน่วยงานเกษตร พัฒนาชุมชน บัณฑิตอาสา กศน. ผู้นำชุมชมชน ผู้นำ ศาสนา มีส่วนร่วม ๔. อุปสรรคของการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค คือ การไม่ได้รับความร่วมมือจาก ผู้ประกอบการและประชาชนบางส่วน ๕. จากการสื่อมเสริมกำลังใจ และติดตามผลงานต่องในพื้นที่ พบว่าผู้ที่เข้าร้าร่าร่วมการ สมทบากลุ่ม มีการดื่มามากขึ้นในเรื่องอาหารปลอดหารพิษ แกนน้ำใต้ขยายแมดการปลูกมักมักลักกิน เองสู่วงเสวนาต่างๆ มีการขยายเครือข่ายตามรูปแบบหน่วยงานที่เป็นต้นแบบในเวทีสนทนาสู่ชุมชน มีการจัดเวทีต่อเนื่องเพื่อสร้างนโยบายสาธารณะ และสร้างความรู้ให้แก่กลุ่มอื่นๆ จัดกิจกรรมใหม่ ๆ และกิจกรรมต่อเนื่อง มีกลุ่ม ชมรมต่างๆ เพิ่มขึ้น ศูนย์พิทักษ์สิทธิ ขยายจากระดับตำบลลงสู่บ้าน อสม. ข้อเสนอแนะ ๑. ทุกหน่วยงานควรกระตุ้นหรือส่งเสริมให้เกิดเวทีประชาคมในระดับต่างๆ เป็นการเสริม ศักยภาพให้ภาคีเครือข่ายเข้มแข็ง มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน พึ่งตนเองได้ ชุมชนตื่นตัว ชุมชน ภาคภูมิใจ ๒. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพควรสนับสนุนงบประมาณในการถอดบทเรียน และติดตาม เยี่ยมอสม.ดีเด่นทุกระดับ ต่อเนื่องจากการประกวด อสม.ดีเด่น ๓. หน่วยงานสาธารณสุขพุกระดับควรจัดกระบวนการถอดบทเรียน และติดตามเมื่อม อสม.ดีเด่นทุกระดับ ต่อเนื่องจากการประกวด อสม.ดีเด่น เพื่อรองรับวัฒนธรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของสังคม ชุมชนจัดการสุขภาพเข้มแข็ง เมืองไทยแข็งแรง ปี ๒๕๕๕๖ - ๒๕๕๘ ๔. พื้นที่ทุกระดับใช้บทเรียน อสม.ดีเด่นเป็นฐานพัฒนางานสุขภาพภาคประชาชนแต่ละ สาขา