Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ต่อแนวทางการสร้างความสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา : จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

อภิวัฒน์ สมาธิ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1).เพื่อศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจของประชาชนต่อการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2).เพื่อศึกษาทัศนะของประชาชนต่อการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ตามแผนยุทธศาสตร์และเพื่อสร้างความสันติสุขในสามจังกวัดชายแดนภาคใต้ และ 3). เพื่อศึกษาแนวทางการนากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ที่มีความเหมาะสมมาใช้ควบคู่กับการบริหารงานยุติธรรมหลักในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีการดาเนินการวิจัยประกอบด้วย (1).ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนามาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล (2). ดาเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 วิธี คือ 1). เก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการสายงานยุติธรรม (ตารวจ,อัยการ,ศาล,ราชทัณฑ์) และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา เก็บข้อมูลจากอาเภอเมืองยะลา และอาเภอยะหา จังหวัดปัตตานี เก็บข้อมูลจากอาเภอเมืองปัตตานี และอาเภอยะรัง จังหวัดนราธิวาสเก็บข้อมูลจากอาเภอเมือง และอาเภอสุไหงปาดี โดยเก็บข้อมูลตามแนวทางการกระจายน้าหนักของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละอาเภอตามหลักการทางสถิติรวมทั้งสิ้น 1,200 ราย โดยแบ่งเป็นการเก็บแบบสอบถามจากประชาชน 900 ราย และจากข้าราชการ 300 ราย (โดยแบ่งเก็บจังหวัดละ 400 ราย คือประชาชนจานวน 300ราย และข้าราชการฯจานวน 100 รายตามลาดับ) 2). เก็บแบบสัมภาษณ์เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึกโดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างข้าราชการสายงานยุติธรรมและประชาชนในพื้นที่วิจัย จานวน 20 ราย แบ่งออกเป็นข้าราชการตารวจ 5 ราย ข้าราชการอัยการ 2 ราย ผู้พิพากษา 3 ราย ราชทัณฑ์ 3 ราย และประชาชน,ผู้นาชุมชน 7 ราย 3. จัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดน จานวน 40 ราย 3).นาผลข้อมูลที่ได้จากการเก็บแบบสอบถาม,การสัมภาษณ์ และการจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชน วิเคราะห์ เพื่อหาค่าเฉลี่ย,สัดส่วนร้อยละ และทดสอบสมมติฐานที่ได้กาหนดไว้ (4) นาผลการวิจัยมาวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารงานวิจัยที่ได้ศึกษามา และเขียนรายงานการวิจัยเพื่อเสนอเป็นลาดับต่อไป ผลจากการดาเนินการวิจัยพบว่า 1).จากการประเมินระดับความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ของข้าราชการและประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า ไม่มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ คิดเป็นร้อยละ 60 จากจานวนทั้งหมด และจากการเปรียบเทียบพบว่า ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์น้อยกว่าข้าราชการฯ 2).จากการศึกษาทัศนะต่อการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ตามแผนยุทธศาสตร์ พบว่า แผนยุทธศาสตร์ที่ประชาชนเห็นด้วยมากที่สุด(4.24) คือ การใช้ยุทธศาสตร์ที่เน้นการอานวยความยุติธรรมตามกรอบทัศนะการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน(due process model) เต็มรูปแบบ ลาดับรองลงมาคือ ยุทธศาสตร์ด้านการเร่งจัดตั้งคณะกรรมการสอดส่องดูแลการดาเนินกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อประสานงานและให้มีการแก้ไขข้อขัดข้องในกระบวนการยุติธรรม (4.22) และ3). จากการศึกษาทัศนะต่อการบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ต่อแนวทางการสร้างความสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่า แนวทางการสร้างความสันติสุขที่ประชาชนเห็นด้วยมากที่สุด คือ การนากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มาใช้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดน (4.13) ลาดับรองลงมาคือ เห็นด้วยต่อการให้ผู้นาทางศาสนาและผู้นาชุมชนและประชาชนเข้ามาเป็นส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่(3.87) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 1.กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ตามแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมถือเป็นนโยบายที่มีความสาคัญต่อการนามาใช้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ แต่ต้องเป็นการดาเนินการทั้งในส่วนของกระบวนการยุติธรรมหลักและกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ควบคู่กันไป 2.ในปัจจุบันปัญหากระบวนการยุติธรรมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ การไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานในคดีความมั่นคงทาให้น้าหนักพยานหลักฐานลดน้อยลงและไม่สามารถชี้ตัวผู้กระทาผิดมาลงโทษได้ เพราะกลัวด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและครอบครัว 3.ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับพรบ.มั่นคง มาตราที่ 21 หากเป็นกรณีการฆ่าผู้บริสุทธิ์หรือการทาร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่มีสิ่งใดมายืนยันว่าผู้กระทาผิดจะไม่หวนกลับไปก่อคดีอีก แต่หากเป็นการก่อคดีที่ยังไม่ถึงขั้นฆ่าคนตาย เช่น ผู้ดูต้นทาง,วางตะปูเรือใบ,เผากล้องวงจรปิด ฯลฯ สามารถนาผู้กระทาความผิดเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการของพรบ.มั่นคง ตามมาตราที่ 21ได้

คำสำคัญ

การบริหารงานยุติธรรมกฎอัยการศึกกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันทร์การสร้างความสันติสุข

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ต่อแนวทางการสร้างความสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา : จังหวัดยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส

ภาณุ ธรรมสุวรรณ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2559

กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และสันติวิธีของศูนย์ยุติธรรมชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กรกฎ ทองขะโชค มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2559

กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์และสันติวิธีของ ศูนย์ยุติธรรมชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กรกฎ ทองขะโชค มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2561

การพัฒนารูปแบบการบริหารชุมชนเสริมสร้างสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

รุจน์จาลักษณ์รายา คณานรุักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พ.ศ. 2560

การศึกษาวิจัยรูปแบบการบูรณาการระบบงานยุติธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ของกระทรวงยุติธรรม

อัจฉราพรรณ จรัสวัฒน์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553

การแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา โครงการกำปงตักวาและโครงการพาคนกลับบ้าน

อภิวัฒน์ สมาธิ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

จารึก ศิรินุพงศ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การศึกษานโยบาย มาตรการ และแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบ และการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

การบริหารงานยุติธรรมภายใต้การบังคับใช้กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้

อภิวัฒน์ สมาธิ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2558

กระบวนการยุติธรรมทางเลือก ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2557