Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา โครงการกำปงตักวาและโครงการพาคนกลับบ้าน

อภิวัฒน์ สมาธิ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1). เพื่อศึกษาทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการกำปงตักวากับการแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2). เพื่อศึกษาทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการพาคนกลับบ้านกับการแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3).เพื่อเสนอแนะรูปแบบที่มีความเหมาะสมและข้อเสนอแนะต่อการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการสันติวิธี วิธีการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย (1).ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล (2). ดำเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 3 วิธี คือ 1). เก็บแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการที่รับผิดโครงการและด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ (ทหาร,กอ.รมน.ภ4,ตำรวจ,อัยการ,ราชทัณฑ์) และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดยะลา เก็บข้อมูลจากอำเภอรามัน และอำเภอกาบัง จังหวัดปัตตานี เก็บข้อมูลจากอำเภอปานาเระ และอำเภอสายบุรี จังหวัดนราธิวาสเก็บข้อมูลจากอำเภอบาเจาะ และอำเภอสุคีริน โดยเก็บข้อมูลตามแนวทางการกระจายน้ำหนักของกลุ่มตัวอย่างในแต่ละอำเภอตามหลักการทางสถิติรวมทั้งสิ้น 1,200 ราย สามารถเก็บแบบสอบถามตามความเป็นจริงได้ 940 ราย คือ ประชาชนจำนวน 330,280,330 ราย ในจังหวัดยะลา,ปัตตานี และนราธิวาส (ตามลำดับ) และจากข้าราชการ 260 ราย คือ 70,120,70 ราย ในจังหวัดยะลา,ปัตตานี และนราธิวาส (ตามลำดับเช่นกัน) 2). เก็บแบบสัมภาษณ์เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลเชิงลึกโดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างข้าราชการฯ และประชาชนในพื้นที่วิจัย จำนวน 25 ราย แบ่งออกเป็นข้าราชการทหาร 7 ราย ข้าราชการตำรวจ 5 ราย ข้าราชการอัยการ 1 ราย ราชทัณฑ์ 1 ราย และประชาชน,ผู้นำชุมชน 11 ราย 3. จัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชนต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสามจังหวัดชายแดน จำนวน 55 ราย 3).นำผลข้อมูลที่ได้จากการเก็บแบบสอบถาม,การสัมภาษณ์ และจัดเวทีเสวนาระดมความคิดเห็นของประชาชนมาวิเคราะห์ เพื่อหาค่าเฉลี่ย,สัดส่วนร้อยละ และทดสอบสมมติฐานที่ได้กำหนดไว้ และ 4).นำผลการวิจัยวิเคราะห์ร่วมกับเอกสารงานวิจัยที่ได้ศึกษามา และเขียนรายงานการวิจัย และสร้างโมเดลอธิบายผล การดำเนินการวิจัยเพื่อเสนอเป็นลำดับต่อไป ผลจากการดำเนินการวิจัยพบว่า วัตถุประสงค์ 1). ทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการกำปงตักวา พบว่า ประชาชนทราบถึงแนวทางการดำเนินนโยบายโครงการกำปงตักวาอยู่ระดับมาก (3.66) ด้านความเชื่อมั่นโครงการกำปงตักวา พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง (3.36) ในประเด็นยุทธศาสตร์การดำเนินนโยบายกำปงตักวา พบว่า มีการกำหนดเป็น “เขตบ้าน” ตามจำนวนครัวเรือนเพื่อการดูแลสมาชิกชุมชนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เป็นลำดับแรกที่ประชาชนเลือกตอบ อยู่ในระดับมาก (3.54) ลำดับรองลงมา คือ ปลูกฝังให้เยาวชนเข้ารับการศึกษาเรียนตาดีกาในวัยเด็ก (กีรออาตี) และฟังธรรมทุกวันศุกร์เมื่อเป็นผู้ใหญ่อยู่ในระดับมากเช่นกัน (3.53) ประเด็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินการโครงการกำปงตักวา พบว่า ลำดับแรกที่ประชาชน คือ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีบทบาทในการควบคุมคนในชุมชนโดยการใช้ความรุนแรง ทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ อยู่ในระดับมากที่สุด (4.25) และลำดับที่ 2 คือ ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงและเข้าใจการทำงาน โครงการกำปงตักวาของรัฐมากเพียงพอ อยู่ในระดับมากเช่นกัน (3.63) วัตถุประสงค์ 2). ทัศนะของข้าราชการและประชาชนต่อโครงการพาคนกลับบ้าน พบว่า ท่านทราบถึงแนวทางการดำเนินนโยบายโครงการพาคนกลับบ้านมากน้อยเพียงใด อยู่ในระดับปานกลาง (3.39) และลำดับที่ 2 คือ ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินโครงการพาคนกลับบ้านอยู่ในระดับปานกลาง(3.13) ประเด็นด้านยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการพาคนกลับบ้าน พบว่า ลำดับแรกที่ประชาชนเลือกตอบมากที่สุด คือ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่หลงผิดในคดีความมั่นคงและหนีไปต่างประเทศ หันกลับมาเข้าร่วมโครงการฯและรัฐจะอำนวยความสะดวกด้านคดีความมั่นคง ทัศนะระดับมาก(3.58) และลำดับที่ 2 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สร้างเงื่อนไขให้ประชาชนในพื้นที่ไม่พอใจ ทัศนะระดับมาก (3.45) ประเด็นข้อเสนอฝ่ายเห็นต่าง(ผู้หลงผิด)ต่อโครงการพาคนกลับบ้าน พบว่า ประชาชนเลือกตอบมากที่สุด คือ รัฐควรให้ความช่วยเหลือด้านอาชีพและการศึกษาต่อผู้เข้าร่วมโครงการฯ ทัศนะระดับมาก (3.62) และลำดับที่ 2 รัฐต้องสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้หลงผิดและอยากเข้าร่วมโครงการ ทัศนะระดับมาก (3.59) วัตถุประสงค์ 3).เพื่อเสนอแนะรูปแบบที่มีความเหมาะสมและข้อเสนอแนะต่อการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการสันติวิธี พบว่า แนวทางการยุติปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ลำดับแรกที่ คือ ส่งเสริมด้านการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ มีทัศนะระดับมากที่สุด (4.27) รองลงมา คือ การสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ มีทัศนะอยู่ในระดับมากที่สุด (4.21) ส่วนด้านที่ประชาชนเห็นด้วยน้อยที่สุดต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการมีส่วนร่วมกับภาครัฐ คือ การคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบได้ อยู่ในระดับปานกลาง (3.36) และจากการเปรียบเทียบทัศนะของประชาชนตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา (พ.ศ. 2556)กับปัจจุบัน พบว่า ประชาชนมองปัญหามีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน โดยปัจจุบันมีสูงถึงร้อยละ 44.7 เมื่อเทียบกับปีพ.ศ.2556 ที่มีเพียงร้อยละ 29.2 ด้านระดับความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาความไม่สงบในอนาคต พบว่า ในปัจจุบันประชาชนเลือกตอบว่า มีความเป็นไปได้สูงมากเพราะปัญหาได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นมาโดยตลอด คิดเป็นร้อยละ 24.7 ซึ่งเมื่อเทียบในอดีตมีเพียงร้อยละ 12.8 (มีสัดส่วนมากขึ้นสองเท่า) ในปัจจุบันรัฐบาลดำเนินการมาถูกทางแล้วหรือไม่ พบว่า มีประชาชนส่วนใหญ่ ตอบว่าถูกทางแล้ว เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันดีขึ้นมาก โดยในปัจจุบันมีผู้ตอบคิดเป็นร้อยละ 36.3 เมื่อเทียบกับในอดีต(2556)มีเพียง ร้อยละ 20.8 ข้อเสนอแนะจากการวิจัย 1. โครงการกำปงตักวาเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมกลุ่มแนวร่วม หรือวางเฉย โดยใช้มัสยิดหรือชุมชนเป็นฐาน และให้ผู้ที่มีบทบาทในชุมชนเป็นแกนนำในการดำเนินการ เช่น โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู บาบอ เป็นต้น โดยยึดหลักคำสอนทางศาสนาอิสลามเป็นมาตรการในการดำเนินการเพื่อให้เกิดความเกรงกลัวต่อบาป ตลอดจนเป็นการปรับทัศนะที่ดีต่อรัฐให้กับภาคประชาชน 2. โครงการพาคนกลับบ้าน เป็นการดำเนินการกับผู้ต้องหาที่ได้มีการกระทำผิดในคดีความมั่น โดยรัฐจะอำนวยความสะดวกให้ในระหว่างดำเนินคดี แต่ทั้งนี้ผู้กระทำผิดหรือผู้ที่คาดว่าน่าจะกระทำผิดต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล โดยในระหว่างดำเนินคดี จะมีการเสริมสร้างอาชีพให้แก่ผู้กระทำผิด ประกอบกับการกล่อมเกลาและสร้างทัศนะคติที่ดีเพื่อไม่ให้บุคคลเหล่านี้หวนกลับไปก่อเหตุหรือเข้าร่วมกับกลุ่มแนวร่วมอีกต่อไป 3. ควรมีการประชาสัมพันธ์ทั้งสองโครงการอย่างทั่วถึงให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพราะจากการดำเนินการวิจัยพบว่ามีประชาชนทราบและเข้าใจในรายะเอียดโครงการในระดับต่ำถึงไม่ทราบเลย 4. ปัญหาหลักอีกประการคือ ประชาชนในพื้นที่ไม่กล้าที่จะเข้าร่วมโครงการเนื่องจากกลัวในความปลอดภัยหากให้ข้อมูลแก่ทางเจ้าหน้าที่รัฐ หรือไปร่วมโครงการที่รัฐได้ดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ข่มขู่เพื่อไม่ให้เข้าร่วมโครงการ 5. การสร้างอาชีพเสริมรายได้ และการให้การศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ยังถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

คำสำคัญ

สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ข้าราชการสันติวิธีgovernment officerPeaceful MeansStability Problemsโครงการพาคนกลับบ้านKAMPONGTAGWA PROJECTTHAILAND’S SOUTHERN PROVINCESปัญหาความมั่นคงAND BRING PEOPLE BACK HOME PROJECTโครงการกำปงตักวา

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การแก้ปัญหาความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา โครงการกำปงตักวาและโครงการพาคนกลับ

ภาณุ ธรรมสุวรรณ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2561

การศึกษาการบูรณาการงานด้านความมั่นคงและ ด้านการพัฒนาในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้

ประพันธ์ มุสิกพันธ์ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ. 2557

การศึกษานโยบาย มาตรการ และแนวทางการแก้ปัญหาความไม่สงบ และการพัฒนาพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2551

โครงการพาคนกลับบ้านในบริบทของการแก้ปัญหาความมั่นคง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาณุ ธรรมสุวรรณ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2562

แผนงานวิจัยเพื่อทำความเข้าใจ เข้าถึงความต้องการของคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อนำไปสู่การคืนดี

ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2558

การบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ต่อแนวทางการสร้างความสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา : จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส

อภิวัฒน์ สมาธิ มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2558

กระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างเสริมสันติของผู้นำทางสังคมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

จารึก ศิรินุพงศ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การศึกษาเบื้องต้นเพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยเรื่อง "ระบบการจัดการชายแดน"

ยุพาวดี สมบูรณกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2553

การประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรมเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชน จังหวัดอุดรธานี สกลนคร หนองคาย และกาฬสินธุ์

ประเสริฐ ธรรมจง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ. 2557

การวิจัยพัฒนารูปแบบ และแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ

ทัศนีย์ พิศาลรัตนคุณ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2563