การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อส่งเสริมสมรรถนะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ 2) เพื่อสร้างโมบายแอปพลิเคชันสำหรับรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้โมบาย แอปพลิเคชันสำหรับข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมต่อการส่งเสริมความรู้ด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต 4) เพื่อประเมินทัศนคติของผู้เข้ารับการอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ ประชากรในงานวิจัยนี้ คือ คือ ข้าราชการประเภทวิชาการ (ปฏิบัติการ/ชำนาญการ) และระดับทั่วไป (ปฏิบัติงานและชำนาญงาน) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมจำนวน 276 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โมบายแอปพลิเคชันตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง 2) แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรม 3) แบบประเมินทัศนคติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมินคุณภาพรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ พบว่า มีความเหมาะสมมากที่สุดในด้านกระบวนการ (process) (x ? =4.83) สามารถนำรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ ไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างได้ การสร้างโมบายแอปพลิเคชัน ผลการประเมินคุณภาพด้านผลผลิตของรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเอง ฯ ในส่วนของด้านการออกแบบ application มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (x ? =4.67) และด้านเนื้อหาหลักสูตรการฝึกอบรม มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (x ? =4.59) สรุปได้ว่า Mobile Application สามารถนำไปใช้ในการทดลองได้อย่างมีคุณภาพ และการวัดผลการเรียนรู้ของผู้เข้ารับการอบรม เมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยก่อนฝึกอบรมและหลังฝึกอบรมด้วยสถิติ t-test พบว่าค่าสถิติที่คำนวณได้ มีค่าเท่ากับ t=-27.16 แสดงว่าคะแนนวัดความรู้หลังการฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรม ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสิถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานการวิจัย ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างมีระดับทัศนคติต่อรูปแบบการฝึกอบรมผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เคลื่อนที่ตามแนวคิดการเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับข้าราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีทัศนคติอยู่ในระดับมากที่สุด ทุกหัวข้อเรียงตามลำดับ