การพัฒนาการรักษาแบบมุ่งเป้าที่ตัวรับกาบา บี 2 และอินเตอร์ลิวคิน 1 บีตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มีโรคเบาหวาน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
<p>โรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงในการก่อมะเร็งหลายชนิดรวมทั้งมะเร็งท่อน้ำดี จากรายงานข้อมูลอัตราการตายโดยกระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยพบว่า อัตราตายจากโรคเบาหวานและโรคมะเร็งตับ (โดยมีมะเร็งท่อน้ำดีในเนื้อตับเป็นชนิดหลัก) พบมากในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพื้นที่ที่มีอัตราตายจากทั้งสองโรคมากที่สุด มีความซ้อนทับกันในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ จากการศึกษาในระดับชีววิทยาโมเลกุลที่มีมาก่อนโดยผู้วิจัย พบว่าระดับน้ำตาลกลูโคสสูงในภาวะเบาหวานสามารถเพิ่มความรุนแรงในการดำเนินโรคของเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีได้ และภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก่อนผ่าตัดของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่เป็นเบาหวานมีความสัมพันธ์กับการกระตุ้นวิถีการส่งสัญญาณภายในเซลล์ผ่านวิถี STAT3 ในเนื้อเยื่อมะเร็งท่อน้ำดีของผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม กลไกความสัมพันธ์ระหว่างโรคเบาหวานและมะเร็งท่อน้ำดีในองค์รวมยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จากรายงานการศึกษาของผู้วิจัย ซึ่งได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ทรานสคริปโทม (transcriptomes) เพื่อเปรียบเทียบระหว่างเซลล์มะเร็งที่เพาะเลี้ยงในอาหารเพาะเลี้ยงที่มีระดับกลูโคสสูงเปรียบเทียบกับระดับกลูโคสปกติพบว่า การแสดงออกของตัวรับกาบา บี 2 (GABA-B2 receptor: GABBR2) และอินเตร์ลิวคิน 1 บีตา (IL1B) มีการเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเซลล์เพาะเลี้ยงภายใต้สภาวะกลูโคสสูง และจากรายงานศึกษาที่มีมาก่อนพบว่าตัวรับกาบา (ไม่ระบุชนิดย่อย) มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นเป้าหมายของการรักษามะเร็งท่อน้ำดีได้ แต่ความสัมพันธ์ของโปรตีนดังกล่าวกับสภาวะเบาหวานยังไม่มีการรายงานที่แน่ชัด ในขณะที่ IL1B มีบทบาทสำคัญในการเกิดพยาธิสภาพอันเนื่องมาจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน แต่บทบาทในการดำเนินโรคมะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งท่อน้ำดียังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เนื่องจากโปรตีนทั้งสองชนิดนี้มีการพัฒนาโมเลกุลที่ใช้ในการยับยั้งหรือกระตุ้นที่มีการใช้งานจริงในทางคลินิกเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ดังนั้น โปรตีนทั้งสองชนิดนี้ จึงมีศักยภาพสูงในการจะพัฒนาเพื่อนำมารักษามะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวานร่วมด้วย จากผลการศึกษาเบื้องต้นของผู้วิจัยพบว่า การแสดงออกของ GABBR2 มีความสัมพันธ์กับปัจจัยพยากรณ์โรคและลักษณะทางพยาธิวิทยาและคลินิกของผู้ป่วยอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาบทบาทของโปรตีน GABBR2 และ IL1ฺB และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้โมเลกุลทั้งสองชนิดเป็นเป้าหมายในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่การศึกษาทางคลินิกและใช้เป็นแนวทางในการนำยาที่มีใช้แล้วในโรคอื่นมาใช้รักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ องค์ความรู้จากโครงการวิจัยนี้ นอกจากจะสร้างความรู้ใหม่เกี่ยวกับบทบาทของโรคเบาหวานในการดำเนินโรคมะเร็งท่อน้ำดีแล้ว ยังเป็นแนวทางในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีด้วยยาที่มีใช้ในเวชปฏิบัติปัจจุบัน ซึ่งอาจจะช่วยในการเพิ่มอัตรารอดชีพของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีและช่วยลดระยะเวลาและงบประมาณในการพัฒนายาใหม่เพื่อรักษามะเร็งท่อน้ำดีได้ในอนาคต</p>