การค้นหายีนที่ฮอร์โมนเพศใช้ในป้องกันการตายของเซลล์ตับอ่อนเบต้าเนื่องจากภาวะน้ำตาลเป็นพิษ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคเบาหวานเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน (chronic hyperglycemia) ในผู้ป่วยเบาหวานทําให้เกิดโรคแทรก ซ้อน และทําให้โรครุนแรงขึ้น โดยระดับน้ำตาลในเลือดสูงทําให้เกิดภาวะน้ำตาลเป็นพิษ (glucotoxicity) ทํา ให้การทํางานของเซลล์ตับอ่อนลดลง โดยทําความสามารถของการหลั่งอินสุลินเมื่อถูกกระตุ้นด้วยกลูโคสลดลง มาก นอกจากนี้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานอาจทําให้เกิดการตายของเซลล์ตับอ่อน ทําให้ปริมาณ islet ในตับอ่อนลดลง กลไกที่ทําให้เกิดภาวะน้ำตาลเป็นพิษ (glucotoxicity) ที่นําไปสู่การสูญเสีย หน้าที่ของ เซลล์ตับอ่อนนั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นผลมาจากการเกิดเพิ่ม oxidative stress ในเซลล์ ตับอ่อน จากกระบวนต่างๆ เช่น การเพิ่ม reactive oxygen species (ROS) การเพิ่มของ glycation ของโปรตีน การเกิด glucose-auto oxidation เป็นต้น การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าการเพิ่มของ endoplasmic reticulum (ER) stress เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเกี่ยวข้องกับการตายของเซลล์ตับ อ่อนเบต้า การศึกษาครั้งนี้พบว่าฮฮร์โมนเพศหญิง และชายสามารถป้องกันการตายของเซลล์ตับอ่อนเบต้า จากภาวะน้ำตาลเป็นพิษโดยการลดภาะ ER stress และ ฮอร์โมนเพศชายลดการสร้าง angiotensin II receptor type 1 (AT1R) และผลของ real time PCR array พบการเปลี่ยนแปลงของยีน BTG2 ซึ่งฮอร์โมน เพศหญิงลดการแสดงออกของยีนนี้ และทําให้เซลล์ตับอ่อนตายลดลง การเข้าใจ และทราบถึงกลไกที่ฮอร์โมน เพศช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานอาจนําไปสู่การพัฒนายาที่ใช้ในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในผู้ที่ฮอร์โมนเพศต่ำ เช่นในผู้สูงอาย