การศึกษากลไกการดื้อยาของเซลล์เพาะเลี้ยงมะเร็งท่อน้ำดีโดยใช้เทคนิคทางโปรตีโอมิกส์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การดื้อยาเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้การรักษาผู้ป่วยมะเร็งไม่ค่อยได้ผล การเข้าใจกลไกการดื้อยา สามารถช่วยระบุตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับทำนายโรคและหาเป้าหมายการรักษาใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีที่ดื้อต่อยา 5-ฟลูออโรยูราซิล และเจมไซตาบีน เรียกชื่อว่า KKU-213FR และ KKU-213GR ตามลำดับ และได้ใช้การวิเคราะห์ทางโปรตีโอมิกส์เพื่อหาการเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของโปรตีนทั้งหมดภายในเซลล์เปรียบเทียบระหว่างเซลล์เริ่มต้น (KKU-213A) และ เซลล์ดื้อยา เพื่อระบุโปรตีนที่มีการแสดงออกแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังได้ทำการวิเคราะห์ทางชีวสารสนเทศเพื่อหาความสำคัญทางชีวภาพและทางคลินิกของโปรตีนต่าง ๆ เริ่มจากการยืนยันว่าเซลล์ KKU-213FR และ KKU-213GR มีฟีโนไทป์ที่ดื้อต่อยาจริง และพบว่าเซลล์เหล่านี้มีความสามารถในการเคลื่อนที่และบุกรุกเพิ่มขึ้น การวิเคราะห์โปรตีโอมิกส์พบโปรตีนที่มีการแสดงออกแตกต่างกัน 81 ชนิดในเซลล์ที่ดื้อต่อยา ประกอบด้วยโปรตีนที่แสดงออกลดลง 1 ชนิด และโปรตีนที่มีการแสดงออกสูงขึ้น 80 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การจับ การควบคุมทางชีวภาพ และกระบวนการเมแทบอลิซึม การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างโปรตีนเผยให้เห็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมกัน ประกอบด้วย MET, LAMB1, ITGA3, NOTCH2, CDH2 และ NDRG1 เมื่อใช้ small interfering RNA (siRNA) เพื่อลดการแสดงออกของยีนเหล่านี้ในเซลล์ที่ดื้อต่อยาทำให้ความสามารถในการเคลื่อนที่และบุกรุกของเซลล์ลดลงและไวต่อ 5-ฟลูออโรยูราซิล และเจมไซตาบีน มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าการแสดงออกในระดับเอ็มอาร์เอ็นเอของยีนสูงในตัวอย่างเนื้อเยื่อของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีเมื่อเปรียบเทียบกับเนื้อเยื่อท่อน้ำดีปกติ และการแสดงออกยังมีความสัมพันธ์กับการพยากรณ์โรคที่ไม่ดีในมะเร็งทางเดินอาหารอีกด้วย โปรตีนเหล่านี้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับวิถีการเปลี่ยนแปลงจากเซลล์เยื่อบุผิวอีพิทีเลียมไปเป็นเซลล์มีเซนไคม์ (epithelial–mesenchymal transition; EMT) ผลการค้นพบเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจถึงกลไกทางโมเลกุลที่อาจเกี่ยวข้องกับการดื้อยาและการลุกลามของมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโปรตีนที่อาจจะพัฒนาไปเป็นเป้าหมายการรักษาได้ในอนาคต