Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2555

การผลิตสารโมนาโคลิน เค (สารลดคอเลสเตอรอล) จากราโมเนสคัสที่เลี้ยงบนข้าวเหนียวสันป่าตอง

สายสมร ลำยอง สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ข้าวราแดงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการหมักข้าวด้วยเชื้อรา Monascus purpureus โดยเชื้อ สามารถสร้างโมนาโคลิน เค ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล แต่พบว่าปัญหาสำคัญในการ หมักข้าวราแดงคือ เชื้อสามารถสร้างซิตรินินซึ่งเป็นสารพิษที่ทำลายระบบการทำงานของตับและไตของ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในงานวิจัยนี้ได้คัดเลือกเชื้อรา M. purpureus จากข้าวราแดงตามท้องตลาดได้ 3 ไอโซเลทดังนี้ CMU002, CMU003 และ (MU004 และนำเชื้อราไปชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ด้วยรังสี UV, ไอออนบีม, สารเคมี N-methyl-N-nitro-N-nitrosoguanidine (NTG) และ Lithium chloride (LicI) และตรวจสอบการกลายพันธุ์และสารพิษเบื้องต้นด้วย Bacillus subtis พบว่า 5 ไอโซเลทที่มี สารพิษลดลงดังนี้ CMUOO2U, CMU003U และ CMU004U ได้จากการใช้รังสี UV และ CMUOO2N และ CMU004N ได้จากการใช้ NTG นำเชื้อราทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและกลายพันธุ์ นำมาหมักกับข้าว เหนียวสันป่าตอง พบว่าเชื้อราสายพันธุ์ CMU002U ให้ปริมาณมนาโคลินเคสูงสุด 12272.90 ppm และปริมาณซิตรินินที่ 43900 ppb แต่ชิตรินินยังคงมีปริมาณสูงจึงได้นำเชื้อราที่กลายพันธุ์ไปชักนำให้ เกิดการกลายพันธุ์อีกครั้งด้วยรังสีเอกซ์ พบ 4 ไอโซเลท CMUOO2U 37, CMUOO2U 49, CMUOOAU 50 และCMU002N 44 ที่ไม่สร้างสารพิษบนอาหารเลี้ยงเชื้อ จากนั้นจึงนำเชื้อราทั้ง 4 ไอโซเลท มาหมัก กับข้าวเหนียวสันป้าตอง พบว่าให้ปริมาณโมนาโคลิน เค และซิตรินิน 3094-8765 ppm และ 1047 -2462 ppb ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณชิตรินินยังคงสูงจึงทำการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ ครั้งที่ 2 ด้วยรังสีเอกซ์ ได้ทั้งหมด 20 ไอโซเลท พบว่าไอโซเลทที่ให้โมนโคลิน เค สูงและซิตรินินต่ำ คือ CMU 002UXX 37 58 (ปริมาณมนาโคลิน เค และซิตรินิน 538.07 ppm และ 708.71 ppb ตามลำดับ) และ CMU 002NXX 44 53 (ปริมาณโมนาโคลิน เค และซิตรินิน 978.97 ppm และ 1429.36ppb ตามลำดับ) จึงนำเชื้อทั้งสองไอโซเลทไปใช้ในการทดลองหาส่วนประกอบของอาหารที่ เหมาะสมต่อการผลิตโมนาโคลิน เค ต่อไป

คำสำคัญ

Monacolin KสารพิษRed yeast riceอาหารเสริมสุขภาพกลายพันธุ์choresterol lowering compoundsข้าวยีสต์แดงโลวาสแตติน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การผลิตสารสีและโมนาโคลิน เค ที่ได้จากการหมักเมล็ดขนุนผงด้วยเชื้อราโมแนสคัสต่างสายพันธุ์

สุนีย์ เอียดมุสิก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2557

ผลของเคอร์คูมินต่อโรคพยาธิใบไม้ตับ : ในสัตว์ทดลอง

สมชาย ปิ่นละออ ภาควิชาปรสิตวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552

ฤทธิ์ทางชีวภาพของโปรตีนไฮโดรไลเสทจากสารสกัดรกแพะ

อรอนงค์ รักสวนจิก มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

การผลิตสารโมนาโคลินจากเชื้อราโมแนสคัสที่เจริญบนอาหารแข็ง

สมชาย ไกรรักษ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2554

ความสามารถในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของโมนาโคลิน เค ที่ได้จากการหมักกากถั่วเหลืองและเมล็ดขนุนด้วยเชื้อโมแนสคัส

สุนีย์ เอียดมุสิก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ พ.ศ. 2555

ฤทธิ์ของลูกใต้ใบต่อหน้าที่ของไมโตคอนเดรียในตับหนูขาว

นวลน้อย จูฑะพงษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2556

ผลของการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตร่วมกันต่อความเป็นพิษของเฮกซะคลอโรไซโคลเฮกเซนในข้าวโพดข้าวเหนียว

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2559

สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากราเอนโดไฟต์

ประไพพิศ อินเสน มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย พ.ศ. 2560

ฤทธิ์การปกป้องเซลล์ตับเพาะเลี้ยงของสารสกัดจากลำพู

จุรีย์ เจริญธีรบูรณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2555

การผลิตเอนไซม์โปรติเอสและไคติเนสจากเชื้อรา เพื่อประโยชน์ในการควบคุมทางชีวภาพ

รศ. อารี ฤทธิบูรณ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2551