การพัฒนากระบวนการผลิตสารเมทาบอไลท์จากแอคติโนมัยสีท เพื่อลดการเกิดเชื้อราบนแผ่นยาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตสารเมทาบอไลท์จากแอคติโนมัยสีทที่มีประสิทธิภาพสูง จำนวน 7 ไอโซเลต ในการลดการเกิดเชื้อราที่คัดแยกจากแผ่นยางพารา จำนวน 8 ไอโซเลต ที่เป็นสาเหตุของการเสื่อมเสียสภาพ โดยศึกษาอาหารเลี้ยงเชื้อเหลวที่เหมาะสม ได้แก่ ISP1, ISP2, ISP3, ISP4และ PDB แล้วนำเซลล์มาสกัดและวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้ง พบว่า แอคติโนมัยสีท DP96 ที่เลี้ยงในอาหารเหลว 15P3 สามารถยับยั้งเชื้อราทดสอบได้ที่สุด โดยมีค่า MIC เท่ากับ 0.625 mg/ml และ เมื่อวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าเชื้อราได้ พบว่า สามารถฆ่าเชื้อราสายพันธุ์ Fusarium ssp. ไอโซเลต 16 และ 17 ที่ความเข้มขึ้น 1 mg/ml จากนั้นจึงนำแอคติโนมัยสีท DP96 มาหาหาสภาวะต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการผลิตเซลล์ ได้แก่ อุณหภูมิ ค่าความเป็นกรดด่าง การให้อาการโดยการเขย่า และระยะเวลาที่เหมาะสม พบว่าสภาวะที่เหมาะสมอยู่ที่คุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรดต่าง 6.5 อัตราการเขย่า 120 รอบต่อนาที ที่ระยะเวลาเพาะเลี้ยง 15 วัน จะสามารถผลิตเซลล์และมีประสิทธิภาพการยับยั้งสูงที่สุด เมื่อนำสารสกัดหยาบจากเซลล์แอคติโนมัยสีทไปวิเคราะห์หาองประกอบโดยวิธีโครมาโตกราฟฟีแผ่นบาง (TLC) พบสารประกอบกลุ่ม Unsaturated compound and alcohol, Aldehyde and Ketone, Flavonoid, Alkaloid และ Steroid จากนั้นนำสารสกัดหยาบไปเอนแคปซูลด้วยสาร Maltodextrin และ beta-Cyclodextrin ที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 2.5, 5 และ 7.5 แล้วนำไปทดสอบการยับยั้งเชื้อราบนจานเพาะเชื้อ และบนแผ่นยางพารา พบว่าสารสกัดหยาบที่ไม่ผ่านการเอนแคปซูลมีประสิทธิภาพในการยับยั้งสูงสูงที่สุด