Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

เทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับ(Scatophagus argus Linnaeus, 1766) ไปใช้เพื่อการผสมเทียม

จิระยุทธ รื่นศิริกุล กรมประมง พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ศึกษาเทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับไปใช้เพื่อการผสมเทียม โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 ประเด็น คือ 1) ศึกษาความถี่ที่เหมาะสมในการรีดน้ำเชื้อโดยรีดน้ำเชื้อทุก 1 3 5 และ 7 วัน พบว่าความถี่ในการรีดน้ำเชื้อปลาทุก 7 วันให้ผลดีที่สุดคือมีเปอร์เซ็นต์ปลาที่รีดน้ำเชื้อได้ (เฉลี่ย 26?8.5%) และปริมาตรน้ำเชื้อรวม (780?70.7 ไมโครลิตร) สูงสุดแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับชุดการทดลองอื่นๆ ส่วนคุณภาพของสเปิร์มในแต่ละชุดการทดลองมีค่าแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ศึกษาวิธีการเก็บรักษาน้ำเชื้อระยะสั้นโดยวิธีการแช่เย็นที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส พบว่าสามารถเก็บรักษานำเชื้อระยะสั้นได้ 3 ชั่วโมง โดยที่น้ำเชื้อที่สเปิร์มยังคงมีความปราดเปรียวสูง เปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวและช่วงเวลาการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 60%, 82.5?10.1% และ 7.5?2.3 นาทีตามลำดับ เมื่อทดลองนำสเปิร์มที่แช่เย็น 3 ชั่วโมง ไปผสมกับไข่พบว่ามีอัตราการผสมระหว่าง 57.5-74.1% แตกต่างจากการใช้น้ำเชื้อสด ซึ่งมีค่าระหว่าง 62.4-75.9% อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 3) ศึกษาระดับความเค็มที่เหมาะสมในการผสมเทียมโดยระดับความเค็มที่ศึกษาได้แก่ 5 10 15 20 25 30 ส่วนในพันส่วน พบว่าระดับความเค็ม 15-25 ส่วนในพันส่วน ทำให้น้ำเชื้อมีคุณภาพสูงโดยมีเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 97.2?5.8 - 100?0.0% แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับความเค็ม 30 ส่วนในพันส่วน ช่วงเวลาการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 13.1?4.4 – 13.9?5.0 นาทีแตกต่างอย่างมีมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับความเค็มอื่นๆ และสเปิร์มมีความปราดเปรียวสูง 90-100% ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่าเทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับไปใช้ในการผสมเทียมให้เกิดประสิทธิภาพต้องดำเนินการดังนี้ คือ ควรรีดน้ำเชื้อปลาตะกรับ 7 วัน/ครั้ง การเตรียมน้ำเชื้อล่วงหน้าสมารถรีดน้ำเชื้อแช่เย็นไว้ที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส ได้นาน 3 ชั่วโมง และการผสมเทียม ควรผสมที่ระดับความเค็ม 15-25 ส่วนในพันส่วน

คำสำคัญ

การผสมเทียมSperm qualityปลาตะกรับคุณภาพน้ำเชื้อScatophagus argusartificial breedingsperm preservationการเก็บน้ำเชื้อ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

ศึกษาการใช้ประโยชน์ใบกระถินเทพาเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารในปลานิล

วรพงษ์ นลินานนท์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

ประสิทธิภาพการบำบัดของวัสดุกรองชนิดต่างๆ ต่อการเลี้ยงปลาตะกรับ (Scatophagus argus Linnaeus, 1766) ระยะวัยรุ่นในระบบน้ำหมุนเวียน

อรัญญา อัศวอารีย์ กรมประมง พ.ศ. 2553

ผลผลิตปลากะรังจุดฟ้า (plectropomus leopardus lacepede, 1802) ในระบบน้ำหมุนเวียน

อรัญญา อัศวอารีย์ กรมประมง พ.ศ. 2556

อัตรารอดตายของการอนุบาลลูกปลาตะกรับ (Scatophagus argus Linnaeus, 1766)ที่ปรับลดความเค็ม 4 รูปแบบ

จิระยุทธ รื่นศิริกุล กรมประมง พ.ศ. 2554

การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเลี้ยงปลาหมอร่วมกับปลานิล

ธนภัทร วรปัสสุ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2559

ผลของไคโตซานต่อการเจริญเติบโตของปลาหมอ

ธนภัทร วรปัสสุ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2558

ผลของความเค็มต่อการผสมเทียมปลาตะกรับ Scatophagus argus Linnaeus,1766 และอัตรารอดของลูกปลาวัยอ่อน

สมหมาย เชี่ยววารีสัจจะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2559

การศึกษาการเลี้ยงปลานิลด้วยความหนาแน่นสูงในบ่อคอนกรีตที่มีระบบน้ำไหลเวียนแบบปิดโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

กระสินธุ์ หังสพฤกษ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2561

การเก็บรักษาพันธุ์ไม้น้ำไส้ปลาไหล.

สุรีย์พร เย็นสุวรรณ กรมประมง พ.ศ. 2562

การเลี้ยงปูม้า (Portunus pelagicus Linnaeus, 1758) ผสมผสานกับกุ้งทะเลชนิดต่างๆ

ปริญญา สุทธินนท์ กรมประมง พ.ศ. 2563