เทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับ(Scatophagus argus Linnaeus, 1766) ไปใช้เพื่อการผสมเทียม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาเทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับไปใช้เพื่อการผสมเทียม โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 ประเด็น คือ 1) ศึกษาความถี่ที่เหมาะสมในการรีดน้ำเชื้อโดยรีดน้ำเชื้อทุก 1 3 5 และ 7 วัน พบว่าความถี่ในการรีดน้ำเชื้อปลาทุก 7 วันให้ผลดีที่สุดคือมีเปอร์เซ็นต์ปลาที่รีดน้ำเชื้อได้ (เฉลี่ย 26?8.5%) และปริมาตรน้ำเชื้อรวม (780?70.7 ไมโครลิตร) สูงสุดแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับชุดการทดลองอื่นๆ ส่วนคุณภาพของสเปิร์มในแต่ละชุดการทดลองมีค่าแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ศึกษาวิธีการเก็บรักษาน้ำเชื้อระยะสั้นโดยวิธีการแช่เย็นที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส พบว่าสามารถเก็บรักษานำเชื้อระยะสั้นได้ 3 ชั่วโมง โดยที่น้ำเชื้อที่สเปิร์มยังคงมีความปราดเปรียวสูง เปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวและช่วงเวลาการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 60%, 82.5?10.1% และ 7.5?2.3 นาทีตามลำดับ เมื่อทดลองนำสเปิร์มที่แช่เย็น 3 ชั่วโมง ไปผสมกับไข่พบว่ามีอัตราการผสมระหว่าง 57.5-74.1% แตกต่างจากการใช้น้ำเชื้อสด ซึ่งมีค่าระหว่าง 62.4-75.9% อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ 3) ศึกษาระดับความเค็มที่เหมาะสมในการผสมเทียมโดยระดับความเค็มที่ศึกษาได้แก่ 5 10 15 20 25 30 ส่วนในพันส่วน พบว่าระดับความเค็ม 15-25 ส่วนในพันส่วน ทำให้น้ำเชื้อมีคุณภาพสูงโดยมีเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 97.2?5.8 - 100?0.0% แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับความเค็ม 30 ส่วนในพันส่วน ช่วงเวลาการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม 13.1?4.4 – 13.9?5.0 นาทีแตกต่างอย่างมีมีนัยสำคัญทางสถิติกับระดับความเค็มอื่นๆ และสเปิร์มมีความปราดเปรียวสูง 90-100% ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่าเทคนิคการนำน้ำเชื้อปลาตะกรับไปใช้ในการผสมเทียมให้เกิดประสิทธิภาพต้องดำเนินการดังนี้ คือ ควรรีดน้ำเชื้อปลาตะกรับ 7 วัน/ครั้ง การเตรียมน้ำเชื้อล่วงหน้าสมารถรีดน้ำเชื้อแช่เย็นไว้ที่อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส ได้นาน 3 ชั่วโมง และการผสมเทียม ควรผสมที่ระดับความเค็ม 15-25 ส่วนในพันส่วน