อัตรารอดตายของการอนุบาลลูกปลาตะกรับ (Scatophagus argus Linnaeus, 1766)ที่ปรับลดความเค็ม 4 รูปแบบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาอัตรารอดของลูกปลาตะกรับ (Scatophagus argus Linnaeus,1766) อายุ 1-20 วัน และ 21-45 วัน ที่อนุบาลโดยการปรับลดความเค็มรูปแบบต่างๆ ตามช่วงอายุของลูกปลา พบว่า อัตรารอด (%) ของลูกปลาอายุ 1-20 วันในทุกรูปแบบมีความแตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) คืออยู่ในช่วง 10.42 + 4.12 ถึง 19.25 + 7.42 ร้อยละอัตรารอดของลูกปลาอายุ 21-45 วัน พบว่า ลูกปลาที่อนุบาลโดยค่อยๆ ปรับลดความเค็มลงตั้งแต่เริ่มอนุบาล มีค่า 93.83 + 3.06 และ 90.00 + 12.26 สูงกว่าการลดความเค็มในช่วงหลัง มีค่า 52.67 + 17.91 และไม่ลดความเค็ม มีค่า 51.67 + 2.36 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P0.05) และศึกษาการเจริญเติบโตของลูกปลาตะกรับอายุ 45–120 วันที่อนุบาลในน้ำความเค็มต่ำ คือ 2.5 5.0 7.5 และ 10 ส่วนในพันส่วน พบว่าระดับความเค็ม 5.0 ส่วนในพันส่วน ลูกปลามีน้ำหนัก 13.13 + 2.65 กรัม และความยาวเหยียด 6.18 + 0.44 ซม. สูงสุดและแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) กับระดับความเค็มอื่นๆ ดังนั้นการอนุบาลลูกปลาตะกรับตั้งแต่แรกฟักจนถึงระยะวัยรุ่น ควรปรับลดความเค็มลงก่อนอายุ 20 วัน เพื่อเพิ่มอัตรารอดให้สูงขึ้นและจากระยะวัยรุ่นจนถึงหลังระยะวัยรุ่น (post-juvenile) ควรใช้ระดับความเค็มต่ำที่ 5 ส่วนในพันส่วน เพื่อทำให้ลูกปลามีการเจริญเติบโตดีที่สุด