การจัดทำบทสรุปนโยบายการพัฒนากลไกการจัดตั้ง FFC Thailand (Foods with Function Claims)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการ “การจัดทาบทสรุปนโยบายการพัฒนากลไกการจัดตั้ง FFC Thailand (Foods with Function Claims)” มีเปูาหมายเพื่อศึกษาทิศทางและกระบวนการขับเคลื่อน FFC Thailand โดยการสร้างการรับรู้ให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรับรองการกล่าวอ้างของ FFC Thailand ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยได้ดาเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลของระบบ FFC Japan และแนวทางในการนามาประยุกต์ใช้ในประเทศเพิ่มเติมจากระบบการกล่าวอ้างทางสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน รวบรวมงานวิจัยในประเทศที่มีแนวโน้มสามารถนามาใช้ประกอบการกล่าวอ้างตามแนวทางของระบบ FFC ได้ และจัดทาร่างโมเดล FFC Thailand เสนอในรูปแบบของข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยโครงการฯ ได้ดาเนินงานตามกิจกรรมหลักและมีผลการดาเนินงานโดยสังเขป ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 ศึกษาระบบและกลไกเชิงนโยบายของระบบ FFC Japan และระบบการกล่าวอ้างทางสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน พบว่ารูปแบบของการกล่าวอ้างทางสุขภาพและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ประกอบการขออนุญาตในระบบ FFC มีความคล้ายคลึงกับระบบการกล่าวอ้างทางสุขภาพของไทย แต่มีข้อแตกต่างตรงที่ระบบ FFC เป็นระบบการขออนุญาตออนไลน์ ใช้ระยะเวลาในการอนุญาตสั้น (อนุมัติภายใน 60 วัน) มีแนวทางการประเมินที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีระบบให้ความรู้ผู้บริโภค โดยสามารถสืบค้นข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองในระบบ FFC ได้ กิจกรรมที่ 2 ทบทวนผลงานวิจัยที่ผ่านมาของไทยที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพื่อสุขภาพและมีระดับความพร้อมทางเทคโนโลยี หรือ TRL มากกว่า 4 เพื่อจัดหมวดหมู่ผลงานวิจัยและนามาใช้กาหนดเปูาหมายของ FFC Thailand พบว่าผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับอาหารเพื่อสุขภาพของไทยส่วนใหญ่ในฐานข้อมูลงานวิจัยของ สวก. อยู่ใน TRL ระดับ 1-3 กล่าวคืองานวิจัยยังอยู่ในระดับเซลล์ มีจานวนน้อยที่ทาการศึกษาวิจัยในสัตว์หรือมนุษย์ คณะผู้วิจัยจึงได้ขยายขอบเขตการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยจากแหล่งอื่น ๆ เพื่อจัดทาระบบนิเวศน์ของผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทยที่มีแนวโน้มสามารถกล่าวอ้างในระบบ FFC ได้ และพบว่า ข้าวสี และขมิ้นชัน เป็นผลิตผลทางการเกษตรของไทยที่มีศักยภาพสูงที่งานวิจัยต่อยอดเพื่อการกล่าวอ้างทางสุขภาพ กิจกรรมที่ 3 ศึกษาความต้องการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยกระบวนการสัมภาษณ์ เพื่อจัดทา SWOT Analysis และ TOWS Matrix และจัดกิจกรรมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยได้ดาเนินการ ดังนี้ คณะผู้วิจัยได้ระดมความคิดเพื่อวิเคราะห์กลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับระบบการกล่าวอ้างทางสุขภาพในประเทศไทย แล้วจึงนัดสัมภาษณ์ตัวแทนกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อขอความคิดเห็นต่อการจัดตั้งระบบ FFC Thailand โดยได้สัมภาษณ์บุคคล หรือหน่วยงานรวมทั้งสิ้น 27 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน จานวน 9 11 และ 7 ราย ตามลาดับ ภายหลังจากการสัมภาษณ์ คณะผู้วิจัยจึงได้นาข้อมูลมาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคามของประเทศไทย โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis และออกแบบกลยุทธด้วย TOWS Matrix ต่อไป จากนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้จัดกิจกรรมประชาพิจารณ์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ จานวนกว่า 100 คน ผ่านช่องทางออนไลน์บนแอพพลิเคชั่น Zoom และจานวน 39 คน บนช่องทาง Live ผ่าน Facebook ของ FIRN ทั้งนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามหลังการประชาพิจารณ์ จานวน 60 คน โดยผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 91.3 เห็นด้วยกับการใช้ระบบ FFC ในการรับรองการกล่าวอ้างทางสุขภาพของสินค้าเกษตรและอาหารปรุงสดที่มีสารสาคัญด้านสุขภาพ และผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่าระบบ FFC จะให้ประโยชน์ ดังนี้ ช่วยเพิ่มมูลค่าอาหารและสินค้าเกษตรของไทยตลอดห่วงโซ่มูลค่า คิดเป็นร้อยละ 75.4 ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตสินค้าเกษตรที่มีมาตรฐานเชิงสุขภาพมากขึ้น เพื่อใช้เป็น iii วัตถุดิบ (Functional Ingredient) ให้กับภาคอุตสาหกรรม คิดเป็นร้อยละ 70.5 เพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในการเลือกสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และประโยชน์ต่อสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 68.9 และช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร คิดเป็นร้อยละ 55.7 กิจกรรมที่ 4 จัดทาร่างโมเดล FFC Thailand และเสนอในรูปแบบของข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยคณะผู้วิจัยได้ร่างโมเดล FFC Thailand และจัดทาข้อเสนอเชิงนโยบายของการจัดตั้ง FFC Thailand ที่เหมาะสมกับประเทศไทย อีกทั้งยังได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกากับดูแลสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ สานักงานคระกรรมการอาหารและยา (อย.) และสานักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ถึงขอบเขตของผลิตภัณฑ์และเกณฑ์การอนุญาตประเมินของ FFC Thailand ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงการหารือเพื่อพัฒนาแนวทางเพื่อให้การทางานของระบบ FFC Thailand ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ขัดกับหลักกฎหมาย มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล มีความโปร่งใส เป็นกลาง มีระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์หลังวางขาย และมีมาตรการยกเลิกการอนุญาตได้หากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามที่ยื่นขออนุญาตไว้ ทั้งนี้ ทีม FIRN ยังคงดาเนินการหารืออย่างต่อเนื่องกับ อย. และหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางการพัฒนาระบบให้ลงตัวสาหรับการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาในหัวข้อสาคัญของประเทศต่อไป