กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ช่วงหย่านมถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเลี้ยงสุกร ในระหว่างระยะนี้ ลูกสุกรจะถูกแยกออก จากแม่สุกรและเปลี่ยนจากนมมาเป็นอาหารสุกร การเปลี่ยนแปลงด้านอาหารและสภาพแวดล้อมอาจ สร้างความเครียดให้กับลูกสุกร ทำให้อ่อนแอต่อการเจ็บป่วยและเพิ่มอัตราการเสียชีวิตได้ ดังนั้นการ ใช้ยาปฏิชีวนะในการผลิตสุกรเพื่อรักษาหรือป้องกันการเจ็บป่วยจึงเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม การ ใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไปหรือในทางที่ผิดสามารถทำให้แบคทีเรียดื้อต่อยาปฏิชีวนะในแบคทีเรียได้ ซึ่ง เป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขและเป็นข้อกังวลที่สำคัญสำหรับสุขภาพของมนุษย์และสัตว์ วัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลของสารสกัดเทียนกิ่งต่อการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคใน สุกรในห้องปฏิบัติการ ทำการเก็บสุ่มอุจจาระลูกสุกรหย่านมที่มีอาการท้องเสีย ตัวอย่างละ 25 กรัม จำนวน 70 ตัวอย่าง ทำการวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย และทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพของของสารสกัด จากเทียนกิ่งวิธี Broth microdilution พบเชื้อแบคทีเรียทั้งหมด 81 ตัว เพาะจากตัวอย่างอูจาระสุกร ทั้งหมด 70 ตัวอย่าง โดยพบเชื้อ E.coli ในความทุกที่มากที่สุด รองลงมาคือ Enterococcus faecolis, Staphylococcus aureus Bacillus mycoides และ Bocillus cereus ตามลำดับ ความ เข้มข้นที่น้อยที่สุดของสารสกัดเทียนกิ่งในการฆ่าเชื้อ Enterococcus foecalis มีค่าน้อยที่สุด ซึ่งอยู่ ในช่วง 0.039 - 0.31 mg/ml และพบว่าความเข้มข้นที่น้อยที่สุดของสารสกัดเทียนกิ่งในการฆ่าเชื้อ Hafnia alvei, Micrococcus spp, Vibrio parahoemolyticus มี คาสูงถึง 2.5 me/ml จาก การศึกษานี้สามารถนำสารสกัดดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ต่อยอดในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์เพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
สามารถพัฒนาต้นแบบสารเสริมจากเทียนกิ่งในการเพิ่มสมรรถภาพการเจริญเติบโต ลดอาการท้องร่วงในสุกร หย่านม
ผลของสารสกัดเทียนกิ่งในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เพาะแยกจากสุกรในห้องปฏิบัติการ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 9 — 9. actual project solution (s) proven in relevant environment
แนวทางการพัฒนาและการแก้ปัญหาของโครงการได้รับการยอมรับและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับฟาร์มสุกร เพื่อให้สุกรหย่านมมีสมรรถภาพการเจริญเติบโตที่ดี ลดภาวะท่องร่วง และลดการใช้ยาปฏิชีวนะภายในฟาร์มได้
การวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีที่สังคมมีอยู่ ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้อง หรือใช้ไม่ถูกขนาด ไม่ตามระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลทำให้การเพิ่มจำนวนของเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ