Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2565

โครงการนวัตกรรมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุเหลือทิ้งของมังคุด ลิ้นจี่ และทุเรียน ให้มีมูลค่าเพิ่มและศักยภาพเชิงพาณิชย์

ปิยะมาศ โสมภีร์ กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

มังคุด ทุเรียน และลิ้นจี่เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย แต่ตั้งแต่กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว จนกระทั้งการแปรรูป มีเศษเหลือทิ้งกลายเป็นปัญหาขยะจำนวนมาก แต่สิ่งเหลือทิ้งเหล่านี้สามารถนำกลับมาทำให้เกิดประโยชน์โดยนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าได้ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อนำสิ่งเหลือทิ้งจากการผลิตมังคุด ลิ้นจี่ และทุเรียนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า 2) เพื่อศึกษาสารสกัดจากสิ่งเหลือทิ้งของมังคุด ลิ้นจี่ และทุเรียน และ 3) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือทิ้งของมังคุด ลิ้นจี่ และทุเรียนให้แก่วิสาหกิจชุมชน ประกอบด้วย 3 โครงการย่อย คือ 1) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งจากมังคุดเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน และอุตสาหกรรม 2) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเปลือกและเมล็ดลิ้นจี่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดขยะ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่วิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรม และ 3) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุเรียนเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 ตุลาคม 2564-30 ธันวาคม 2565 โครงการย่อยที่ 1 มีวิธีการดำเนินงานในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นเท้า คือ แป้งและสเปรย์ดับกลิ่นเท้าจากสารสกัดเปลือกมังคุด โดยนำสารสกัดเปลือกมังคุดที่สกัดด้วยเอทานอล (1:4) มาทดสอบฤทธิ์ของสารสกัดเบื้องต้นด้วยวิธี Agar disc diffusion ทดสอบหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ (Minimal inhibitory concentration: MIC) และการทดสอบหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถฆ่าเชื้อได้ (Minimal bactericidal concentration: MBC) นำสารสกัดจากเปลือกมังคุดมาผสมกับส่วนประกอบต่างๆเพื่อทำเป็นแป้งโรยเท้า และสเปรย์ นำไปทดสอบความพึงพอใจจากผู้ใช้ พบว่า สารสกัดเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่คัดแยกได้จากเท้า 17 ไอโซเลท ได้ค่า MBC เท่ากับ 3.13 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นำไปผสมเป็นส่วนประกอบในแป้งและสเปรย์ที่ความเข้มข้น 3.13 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นำไปทดสอบกับอาสาสมัคร จำนวน 39 คน ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ พบว่า ผลิตภัณฑ์แป้ง ความรู้สึกแห้งสบายหลังการใช้ ประสิทธิภาพในการระงับกลิ่นหลังการใช้ ความรู้สึกในการอยากใช้ผลิตภัณฑ์ และความสะดวกในการใช้บรรจุภัณฑ์อยู่ในระดับมาก (4.28?0.08, 4.13?0.12, 4.05?0.07 และ 4.30?0.19 ตามลำดับ) ส่วนส่งเสริมทัศนคติต่อการทำของเสียเหลือศูนย์ (Zero waste) อยู่ในระดับมากที่สุด (4.63?0.19) สำหรับสเปรย์ ความรู้สึกแห้งสบายหลังการใช้ ประสิทธิภาพในการระงับกลิ่นหลังการใช้ ความรู้สึกในการอยากใช้ผลิตภัณฑ์ และความสะดวกในการใช้บรรจุภัณฑ์อยู่ในระดับมาก (3.95?0.07, 4.08?0.11, 3.95?0.14 และ 4.34?0.06 ตามลำดับ) ส่วนส่งเสริมทัศนคติต่อการทำของเสียเหลือศูนย์ (Zero waste) อยู่ในระดับมากที่สุด (4.61?0.08) การทำผลิตภัณฑ์แผ่นรองรองเท้าจากถ่านลูกมังคุด นำผงถ่านลูกมังคุดผสมน้ำยางพาราง 9:1 ผสมสารมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้แก่ การบูร กานพลู และน้ำมันทีทรี ที่ความเข้มข้น 0.5% แปะทับด้วยผ้าที่มีลายและสีต่างกัน นำไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 47 คน พบว่าความพึงพอใจหลังใช้ 8 ชั่วโมง อยู่ในระดับมาก ความสวยงามระดับมากเท่ากัน และผลิตภัณฑ์สติ๊กเกอร์แปะในรองเท้า โดยนำสารสกัดเปลือกมังคุดผสมกับเยื้อกระดาษรีไซเคิลที่ความเข้มข้น 3.13 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และกระดาษที่ผสมถ่านมังคุดต่อเยื่อกระดาษ 2:1 จากนั้นนำกระดาษแช่ในสารละลาย การบูร กานพลู และน้ำมันทีทรี ที่ความเข้มข้น 5% นำไปให้อาสาสมัครทั้ง 35 คนใช้ พบว่า หลังจากใช้ 8 ชั่วโมง มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โครงการย่อยที่ 2 ศึกษาวิธีการสกัดสารจากเปลือกและเมล็ดลิ้นจี่ โดยเปรียบเทียบวิธีการสกัด คือ การแช่ในตัวทำเอทานอลเข้มข้น 95% (1:20) นาน 7 วัน เปรียบเทียบกับการใช้คลื่นไมโครเวฟที่สกัดด้วยเอทานอลเข้มข้น 50% (1:30) กำลังไฟ 600 วัตต์ ที่ระยะเวลา 3, 4 และ 5 นาที พบว่า ในเปลือกให้ปริมาณสารสกัดแห้ง 12.9, 17.2, 19.2 และ 14.7 % ของน้ำหนักเปลือกแห้ง ตามลำดับ มีปริมาณสารประกอบฟีโนลิกทั้งหมด เท่ากับ 206.0, 175.2, 175.3 174.9 มิลลิกรัมGAE/มิลลิกรัม ตามลำดับ และฟลาโวนอยทั้งหมด เท่ากับ 59.4, 47.3, 46.1 และ 46.5 มิลลิกรัมGAE/มิลลิกรัม ตามลำดับ ส่วนในเมล็ดลิ้นจี่ให้ปริมาณสารสกัดแห้งที่ 8.8, 6.2, 4.5 และ 5.2% ของน้ำหนักเมล็ดแห้ง ตามลำดับ ปริมาณสารประกอบฟีโนลิกทั้งหมด เท่ากับ 204.1, 176.8, 175.8 และ 177.3 มิลลิกรัมGAE/มิลลิกรัม ตามลำดับ และมีปริมาณสารฟลาโวนอยทั้งหมด เท่ากับ 56.9, 47.7, 45.7 และ 47.7 มิลลิกรัมGAE/มิลลิกรัม ตามลำดับ วิเคราะห์ประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดเปลือกและเมล็ดลิ้นจี่ โดยวิธี DPPH radical scavenging ability ที่ความเข้มข้น 0-8% (น้ำหนัก/ปริมาตร) พบว่า ความเข้มข้นต่ำที่สุดที่ให้เปอร์เซ็นต์การต้านอนุมูลอิสระสูงอย่างมีประสิทธิภาพของเปลือกและเมล็ดลิ้นจี่ คือ ความเข้มข้นที่ 7% และ 6% (น้ำหนัก/ปริมาตร) ซึ่งมีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระเท่ากับ 96% และ 92% โครงการย่อยที่ 3 ผลิตภัณฑ์มาร์คพอกหน้าข้ามคืน (Sleeping mask) และเซรั่มบำรุงผิวจากสารสกัดเปลือกและเมล็ดทุเรียน นำเปลือกและเมล็ดทุเรียนไปสกัดด้วยเอทานอล (1:7) นำมาผสมในส่วนประกอบต่างๆเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์มาร์คพอกหน้าข้ามคืนที่ความเข้มข้นของสารสกัดที่ 1.00 % และเซรั่ม 0.5% ได้คุณสมบัติของกลิ่นสีและเนื้อสัมผัสดีที่สุดซึ่งเป็นที่พอใจของผู้บริโภคมากที่สุด ทดสอบการแพ้ของอาสมัคร 25 คน อายุระหว่าง 18-60 ปี ใช้วิธีทดสอบแบบ Patch Test โดยทาแล้วทิ้งไว้เป็นเวลา 24 และ 48 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับสาร Sodium lauryl sulfate (SLS) ความเข้มข้น 1% และน้ำกลั่น (Control) พบว่าเมื่อทามาร์คพอกหน้าทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง มีผู้เกิดอาการแพ้ 12%, 28% และ 0% ตามลำดับ และเมื่อทาทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง มีผู้เกิดอาการแพ้ 20%, 84% และ 8% ตามลำดับ

คำสำคัญ

วิสาหกิจชุมชนCommunity EnterpriseDurianทุเรียนMangosteenมูลค่าเพิ่มValue-addedมังคุดลิ้นจี่Lychee

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาพลังงานทางเลือกจากวัสดุเหลือใช้จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร

นิสา พักตร์วิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2564

การศึกษาการผลิตไซโลออลิโกเเซคคาไรด์จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรในประเทศไทย

พงค์ศักดิ์ ขุนแร่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พ.ศ. 2563

การพัฒนาคอมโพสิตบอร์ดจากก้อนเชื้อเห็ดที่เหลือทิ้ง

เจษฎา โพธิรัตน์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การศึกษาและการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์วิศวกรรมของการปลูกมันสำปะหลังแบบใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

ปวีร์ ศิริรักษ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พ.ศ. 2562

โครงการวิจัยและพัฒนาการจัดการธาตุอาหารพืชร่วมกับการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพจากจุลินทรีย์และชีวมวลในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชปลอดภัย

ศุภกาญจน์ ล้วนมณี กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2565

การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดเศรษฐกิจในโรงเรือนปิดแบบใช้เทคโนโลยีและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ (ครองแครงเห็ด) เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้

ศิวัตม์ กมลคุณานนท์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การพัฒนาศักยภาพการผลิต เชื่อมโยงการตลาดสินค้า “ข้าวไร่ลืมผัว” ในระบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดเพชรบูรณ์

วิไลพร ปองเพียร มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2557

การพัฒนาขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรให้เป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม เพื่อเพิ่มมูลค่า ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

สุตาภัทร คงเกิด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

การวิจัยและพัฒนากระบือด้วยเทคโนโลยีจีโนม

กุลภัทร์ โพธิกนิษฐ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2566

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากกลุ่มผู้ผลิตขนมนางเล็ดตำบลท่าสว่าง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

ประทีป ตุ้มทอง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564