โครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยโครงงานฐานวิจัยและกระบวนการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนประถมศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 35 โรงเรียนให้กับนักเรียนในช่วงชั้นอนุบาล-ม.3 โรงเรียนทั้งหมดนี้ได้เข้าร่วมพัฒนาการสอนให้กับครู เพื่อจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยการจัดสอน บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ในช่วงชั้นอนุบาล-ป.3 และโครงงานฐานวิจัย ในช่วงชั้น ป.4-ม.3 เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ โครงการนี้จึงพัฒนา (1) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับครู(2) ทักษะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และ (3) รูปเเบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับโรงเรียนเพื่อให้ครูมีพื้นที่เเลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุก โครงการนี้จึงช่วยโรงเรียน จัดตั้งชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครู ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชุมชน นั่นคือ (1) ชุมชนของกลุ่มครู ซึ่งแยกเป็นกลุ่มครูช่วงชั้นอนุบาล กลุ่มครูช่วงชั้น ป.1-ป.3 และกลุ่มครูช่วงชั้น ป.4-ม.3 (2) ชุมชนของกลุ่มครูทั้งโรงเรียน และ (3) ชุมชนของกลุ่มครู 35 โรงเรียน ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผลของกิจกรรมชุมชนนี้ ทำให้ครูมีความรู้ วิธีการสอน และแนวทางแก้ปัญหาชั้นเรียน จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนครู ครูที่เข้าร่วมในโครงการนี้ได้รับการพัฒนาทักษะในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกจากกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ คือ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกด้วยตนเอง การแลกเปลี่ยนการสอนกับเพื่อนครู การรับคำปรึกษาจากโค้ชการสอน และการสรุปบทเรียนร่วมกับครูต่างโรงเรียน เมื่อได้รับการพัฒนาทักษะเป็นเวลาหนึ่งปี ครูประมาณ 266 คน มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขยายผลสู่โรงเรียนอื่น ๆ รูปเเบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโครงการนี้ ได้จัดสอนในโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลไปจนถึงม. 3 รูปเเบบการจัดการเรียนรู้นี้ประกอบด้วยรูปเเบบการฝึกทักษะวิทยาศาสตร์เบื้องต้น สำหรับนักเรียน ช่วงชั้นอนุบาล-ป.3 และรูปเเบบการฝึกทักษะการวิจัยสำหรับนักเรียนช่วงชั้น ป.4-ม.3 เพื่อให้นักเรียน ทุกช่วงชั้น มีพัฒนาการเรียนรู้ตามลำดับขั้น องค์ประกอบของรูปเเบบนี้มี (1) คาบเรียนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (2) กิจกรรมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (3) กิจกรรมเปิดบ้าน สำหรับเป็นพื้นที่การเรียนรู้ร่วมของครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน (4) โรงเรียนมีแผนกลยุทธ์การพัฒนาที่มีกิจกรรมการสอนเชิงรุกนี้ และ (5) เครือข่ายการเรียนรู้ร่วม 3 ฝ่าย คือ มหาวิทยาลัย (เป็นโค้ช) โรงเรียน (เป็นผู้ปฏิบัติ) และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (เป็นพี่เลี้ยง) ที่หนุนเสริมการพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียน ผลจากการใช้รูปเเบบใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกพบว่า โรงเรียนในโครงการทั้งหมด 35 โรงเรียน ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนรู้รูปเเบบนี้ คือเชิงรุก นั่นคือ (1) โรงเรียนจัดสอนครบหนึ่งปี (2) ผู้ปกครองและชุมชนยอมรับการสอนแบบนี้และให้โรงเรียนจัดสอนต่อ และ (3) นักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกตัวชี้วัดด้านสมรรถนะ (ทักษะวิทยาศาสตร์และสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์-จิตใจ และสังคม) ของนักเรียนชั้นอนุบาล-ป.3 และด้านผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ (ความรู้ ทักษะพื้นฐาน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์) ของนักเรียนชั้น ป.4-ม.3 สรุป รูปแบบการจัดการเรียนเชิงรุกทั้งโรงเรียนนี้ มีประสิทธิภาพในการพัฒนานักเรียนให้มีทักษะศตวรรษที่ 21 จากคะแนนตัวชี้วัดด้านผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ ที่ประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร ทักษะชีวิต และทักษะอาชีพ และสร้างครูให้มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกนี้ นอกจากนี้โรงเรียนนำร่องในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสามจังหวัดที่อยู่นอกโครงการนี้จำนวน 9 โรงเรียนได้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกนี้ ไปใช้เป็นนวัตกรรมในหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และจากการถอดบทเรียนเชิงระบบของพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พบว่า กฎระเบียบและแนวความคิดเป็นอุปสรรคในการพัฒนาการศึกษา ทำให้โรงเรียนไม่สามารถดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างโรงเรียนและคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จะทำให้เกิดความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงเพื่อเป้าหมายเดียวกัน