การพัฒนาระดับพหุปัญญา ของนักเรียนประถมศึกษา โดยการพัฒนาศักยภาพของครูและนักเรียน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับพหุปัญญาของนักเรียนระดับประถมศึกษาก่อน และหลังการส่งเสริมศักยภาพของครูและนักเรียน โครงการที่ 1กลุ่มทดลองที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม ( Cluster Sampling) 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตละ 15 โรงเรียน โรงเรียนละ 3 คน ได้จำนวน 90 คน กลุ่มควบคุมที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นครูระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4-6 ในจังหวัดสมุทรสงครามได้จำนวน 90 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง จากครูในโรงเรียนเดียวกันกับกลุ่มทดลอง ซึ่งไม่ได้รับการฝึกอบรมการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน โครงการที่ 2 กลุ่มทดลองที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน ซึ่งครูระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในจังหวัดสมุทรสงครามที่ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถ (CBT) ของครูระดับประถมศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน โดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขตละ 15 โรงเรียน โรงเรียนละ 3 คน ได้จำนวนนักรียน 300 คน กลุ่มควบคุมที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน ได้จำนวน 300 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง จากนักเรียนในโรงเรียนเดียวกันกับกลุ่มทดลอง ซึ่งเป็นห้องเรียนของครูที่ไม่ได้รับ การฝึกอบรมการเพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผลการประเมินประสิทธิภาพในการใช้หลักสูตร โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ในภาพรวมหลักสูตรมีประสิทธิภาพในการใช้ ในระดับมากที่สุด ผลการเปรียบเทียบขีดความสามารถของครูระดับประถมศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐานก่อน และหลังกระบวนการเพิ่มขีดความสามารถ (CBT) ค่า t เท่ากับ 58.01 คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ผลการเปรียบเทียบขีด ความสามารถของครูระดับประถมศึกษา ด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ของกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมกลุ่มทดลอง ค่า t เท่ากับ 47.98 คะแนนสอบกลุ่มทดลองมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 การหาประสิทธิภาพบทเรียนบนเว็บตามเกณฑ์ที่กำหนด เท่ากับ 83.57 / 84.12 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้บทเรียนออนไลน์แบบบูรณาการสหวิทยาการ สำหรับนักเรียนประถมศึกษาค่า t เท่ากับ 47.01 คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 และผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม ค่า t เท่ากับ 27.98 คะแนนสอบกลุ่มทดลองมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05