การพัฒนาข้อเสนอบัญชียาจำเป็นและวัสดุการห้ามเลือดในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาข้อเสนอปรับปรุงบัญชียาจำเป็นของชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน และห้องฉุกเฉินตามระดับศักยภาพโรงพยาบาล และเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการด้านยาฉุกเฉิน สำหรับระบบรักษาพยาบาลฉุกเฉินจังหวัดเชียงใหม่ ผ่านการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ และการวิเคราะห์อภิมาน และ การสัมภาษณ์เชิงลึก กับสหวิชาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ข้อสรุปสำคัญจากการวิจัย มีดังนี้ 1.การใช้ Magnesium sulfate ร่วมกับ atropine และ pralidoxime ในผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและการใส่ท่อช่วยหายใจได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2. ในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลที่ได้รับ Epinephrine ภายใน 10 นาทีหลังจากเรียกชุดปฏิบัติการฉุกเฉินอัตราการรอดชีวิตร่วมกับมีอาการทางคลินิกที่ดี สูงกว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้ช้ากว่า 10 นาที 3. ในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลกลุ่มที่ได้รับ Norepinephrine เพิ่มอัตราการเกิด ROSC และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตจนถึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ได้ Epinephrine 4. ในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลการได้ Dopamine นอกโรงพยาบาล อัตราการรอดชีวิตไม่ต่างกับ การใช้ Transcutaneous Cardiac Pacing 5.ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นนอกโรงพยาบาลที่ได้รับ lidocaine หรือamiodarone อัตราการรอดชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยา 6. ผู้ป่วยSTEMI ที่ได้รับ Clopidogrel 600 mg นอกโรงพยาบาล ลดอัตรากลับมาเป็นซ้ำของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ได้รับ Clopidogrel 600 mg ในโรงพยาบาล 7.การได้ TNK + Enoxaparin + ASA + clopidogrel ที่ prehospital setting มีประโยชน์ในผู้ป่วย STEMI ที่ไม่สามารถทำ primary PCI ได้ทันเวลา 1 ชั่วโมง และ TNK หรือ rt-PA และ UFH หรือ enoxaparin ถูกแนะนำให้เป็น routine pharmacological reperfusion treatment ใน prehospital setting จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ยาที่เห็นควรเพิ่มการสำรองยาที่ชุดปฏิบัติการฉุกเฉินระดับสูง ได้แก่ 1.Lidocaine 2.Amiodarone 3.Magnesium sulfate 4.Clopidogrel 5.Dopamine 6.Norepinephrine การสำรองยาที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล ควรสำรองตามข้อกำหนดของสพฉ. และเพิ่มรายการยาสำรองตามบริบทของพื้นที่ โดยการพิจารณารายการยาและปริมาณยาที่สำรองผ่านทีมสหวิชาชีพ รูปแบบการจัดการด้านยาฉุกเฉิน ควรจัดเป็นกล่องยาฉุกเฉิน โดยสำรองกล่องไว้ที่ห้องฉุกเฉินและที่ห้องยา ไม่สำรองไว้ที่รถ เมื่อออกเหตุจึงนำกล่องยาฉุกเฉินที่สำรองที่ห้องฉุกเฉินออกเหตุ และนำกล่องมาแลกกล่องใหม่ที่ห้องยา เพื่อให้เภสัชกรตรวจสอบการใช้ยาและจัดเติมยาให้พร้อมใช้ต่อไป ข้อเสนอแนะการวิจัยขั้นต่อไป คือ การพัฒนาข้อเสนอบัญชียาจำเป็นในกลุ่ม Trauma และ Respiratory Failureคำสำคัญ: การพัฒนาบัญชียาฉุกเฉิน การจัดการด้านยาฉุกเฉิน ชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน