การศึกษาย้อนหลังเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการเปิดหลอดเลือดโคโรนารีและภาวะเลือดออกจากการให้ยาละลายลิ่มเลือดสเตปโตไคเนส แบบเร่งรัดด้วยขนาดกึ่งปกติ เทียบกับ การให้ยาละลายลิ่มเลือดสเตปโตไคเนสขนาดมาตรฐาน ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจอุดกั้นเฉียบพลันชนิด ST segment ยกจากโรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม
บทคัดย่อ
จากการศึกษาจากเหตุไปหาผลแบบย้อนหลัง พบว่าการรักษาผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลัน ชนิด ST-segment elevation myocardial infarction (STEMI) ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด streptokinase แบบเร่งรัด (ให้ยาขนาด 750,000 ยูนิตทางหลอดเลือดด าใน 10 นาทีแรก และ ถ้าคลื่นไฟฟ้า หัวใจไม่พบการเปิดของหลอดเลือดโคโรนารี ณ เวลาที่ 50 นาทีหลังการให้ยาครั้งแรก จะให้ streptokinasse อีก 750,000 ยูนิตทางหลอดเลือดด าใน 10 นาทีอีกครั้ง) ให้ผลการเปิดหลอดเลือดโคโรนารีได้มากกว่าการให้ streptokinase ในขนาดมาตรฐาน (ให้ยาขนาด 1,500,000 ยูนิตทางหลอดเลือดด าใน 60 นาที) ใน รายละเอียดของการศึกษานี้พบว่าร้อยละ 83.3 ของผู้ป่วยได้ยา 750,000 ยูนิตทางหลอดเลือดด าใน 10 นาทีก็ สามารถเปิดหลอดเลือดโคโรนารี ณ เวลา 50 นาที จากข้อมูลดังกล่าวท าให้เขตพัฒนาสุขภาพล้านนา 1 ได้น า ผลการศึกษามาประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันชนิด ST elevation myocardial infarction (STEMI) ด้วยการเริ่มให้ยาละลายลิ่มเลือด streptokinase แบบเร่งรัดด้วยขนาดกึ่ง ปกติ (ให้ยาขนาด 750,000 ยูนิตทางหลอดเลือดด าใน 10 นาที และไม่ได้ให้ยา ณ เวลาที่ 50 อีกครั้ง) ในการ รักษาผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันชนิด ST elevation myocardial infarction (STEMI) ตั้งแต่ปี พ.ศ 2558 วัตถุประสงค์การศึกษานี้ต้องการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของการให้ยา ด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด streptokinase แบบเร่งรัดด้วยขนาดกึ่งปกติกับการให้ streptokinase ในขนาด มาตรฐาน ในการรักษาผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายแบบเฉียบพลันชนิด ST elevation myocardial infarction (STEMI)