การพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากความรุนแรงของโรคและการรักษา เป็นผลให้คุณภาพชีวิตลดลง การพัฒนาโปรแกรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตจึงเป็นสิ่งจำเป็น การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองแบบสองกลุ่มวัดซ้ำหลายครั้ง เพื่อทดสอบประสิทธิผลของโปรแกรมการส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ในการเพิ่มการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการตนเอง การจัดการตนเอง ระยะทางการเดินใน 6 นาทีและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาควอดไดรเซ็บส์ คุณภาพชีวิต ความเพียงพอในการฟอกเลือด และค่าใช้จ่ายในการฟอกเลือดของผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่มีอายุ 20-80 ปี ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมที่หน่วยไตเทียมของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน 3 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 40 ราย เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด แล้วสุ่มเข้ากลุ่มทดลอง 20 ราย และกลุ่มควบคุม 20 ราย กลุ่มทดลองได้เข้าร่วมในโปรแกรม ซึ่งประกอบด้วย การสอน การให้คำแนะนำ และการฝึกทักษะเกี่ยวกับการจัดการตนเองด้านอาหาร ด้านน้ำดื่ม การรับประทานยาตามแผนการรักษาและการออกกำลังกายสัปดาห์ละ 1 ครั้ง 3 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน และการติดตามอาการและให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาเดือนละครั้งเป็นเวลา 5 เดือน ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการดูแลตามปกติ การเก็บรวบรวมข้อมูลทำก่อนให้โปรแกรมการส่งเสริมสุขภาพ หลังให้โปรแกรม 3 เดือน และ 6 เดือน โดยใช้เครื่องมือ ได้แก่ 1) แบบวัดการจัดการตนเอง 2) แบบวัดการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการตนเอง 3) แบบสอบถามคุณภาพชีวิต SF-36 และ 4) แบบบันทึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาควอดไดรเซ็บส์ ระยะทางการเดินใน 6 นาที และความเพียงพอของการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา และความเชื่อมั่นแล้ว วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา และสถิติอ้างอิง ผลการศึกษาพบว่า การรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการจัดการตนเอง การจัดการตนเองด้านอาหาร ด้านน้ำดื่ม และด้านการรับประทานยาตามแผนการรักษา และคุณภาพชีวิตโดยรวมและคุณภาพชีวิตด้านการทำหน้าที่ของร่างกาย ด้านข้อจำกัดของบทบาทเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกาย ด้านความเจ็บปวดทางร่างกาย ด้านการรับรู้สุขภาพทั่วไป ด้านข้อจำกัดของบทบาททางสังคม ด้านข้อจำกัดทางบทบาทเนื่องจากปัญหาสุขภาพจิตและด้านสุขภาพจิตทั่วไป ของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าก่อนการทดลอง ที่ระยะหลังการทดลอง 3 เดือน และ 6 เดือน แม้จะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการเปลี่ยนแปลงของคะแนนไม่ต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรม มีเพียงการจัดการตนเองโดยรวมและคุณภาพชีวิตเฉพาะด้านพลังชีวิตของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เฉพาะที่หลังการทดลอง 6 เดือน (p < .05) นอกจากนี้ยังพบว่าระยะทางที่เดินใน 6 นาทีและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาคลอดไดรเซ็บส์ของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรมที่หลัง การทดลอง 3 เดือนและ 6 เดือน (p < .05) สำหรับความเพียงพอในการฟอกเลือดที่วัดโดยค่า spKt/V และค่าใช้จ่ายในการฟอกเลือดของกลุ่มที่ได้รับโปรแกรม และกลุ่มที่ไม่ได้รับโปรแกรมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิจัยเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับพยาบาลในการนำโปรแกรมไปปรับใช้ในการดูแลผู้ป่วยไตวายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและผู้วิจัยมีข้อเสนอว่าควรทดสอบโปรแกรมซ้ำในกลุ่มตัวอย่างที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อยืนยันประสิทธิผลในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยกลุ่มนี้ต่อไป