การศึกษาระบบป้องกันความเสียหายของเครื่องมือแพทย์ในหอผู้ป่วยหนัก ขณะกำลังใช้งานกับระบบไฟฟ้าหลักของโรงพยาบาลที่มีอายุใช้งานเกิน 10 ปี กรณีเกิดฟ้าผ่า
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยระบบป้องกันความเสียหายของเครื่องมือแพทย์ในหอผู้ป่วยหนัก ขณะกำลังใช้งาน กับระบบไฟฟ้าหลักของโรงพยาบาลที่มีอายุใช้งานเกิน ๑๐ ปี กรณีเกิดฟ้าผ่าครั้งนี้ เป็นงานวิจัยเชิงสำรวจ (Exploratory Research) เพื่อเพิ่มคุณภาพของการให้บริการระบบสุขภาพ และให้ประชาชนเข้าถึง บริการได้อย่างปลอดภัย การวิจัยในครั้งนี้ต้องการศึกษาถึงการออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันอันเกิด จากระบบไฟฟ้าในโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และเพื่อยืดอายุการใช้งานของ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้อยู่โนโรงพยาบาลให้ยาวนานยิ่งขึ้น ผลการศึกษาพบว่า จากการสำรวจระบบป้องกันความเสียหายของเครื่องมือแพย์ในหอ ผู้ป่วยหนักขณะกำลังใช้งานกับระบบบไฟฟ้าหลักของโรงพยาบาล ที่มีอายุใช้งานเกิน ๑๐ ปี กรณีเกิดฟ้าผ่า จำนวนเป้าหมาย ๓๐ โรงพยาบาล พบว่า มีระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน ๒๑ โรงพยาบาล คิดเป็น ๗๐.๐๐ % โดยเป็นชนิดแท่งตัวนำอากาศแบบ Faraday Cage จำนวน ๕ โรงพยาบาล คิดเป็น๒๓.๘๓ % ชนิดแท่งตัวนำอากาศแบบ Early Steamer Emission จำนวน ๑๕ โรงพยาบาบาล คิดเป็น ๗๓.๔๓ 96 ชนิดแท่งตัวนำอากาศแบบ Franklin จำนวน๓ โรงพยาบาล คิดเป็น ๔.๗๖ % ไม่มีระบบป้องกันฟ้าผ่า ๗ โรงพยาบาล คิดเป็น ๓๐ % ระบบล่อฟ้า จำนวน ๒๑ โรงพยาบาล วัดค่าความต้านทานรากสายดิน ระบบล่อฟ้า ได้ค่าความต้านทานดินระหว่าง ๐ - ๕ โอห์ม จำนวน ๙ จุด คิดเป็น ๔๒.๘๖ % ได้ค่าความ ด้านทานระหว่าง ๕ - ๒๐ โอห์ม จำนวน ๒ จุด คิดเป็น ๙.๕๒ % ตรวจสอบไม่ไม่ได้ ๗ จุด คิดเป็น ๓๓ % สายตัวนำลงดินหาย ๓ จุด คิดเป็น ๑๔:๒๘ % ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลักของอาคารที่มีหอผู้ป่วยหนัก มีระบบ สายดิน ๒๗ โรงพยาบาล ตรวจวัตค่าความต้านทานดิน ได้ค่าความด้านทานระหว่าง ๐ - ๕ โอห์ม จำนวน ๓ จุด คิดเป็น ๑๑.๑๑ % ได้ค่าความต้านทานดินระหว่าง ๕ - ๒๐ โอห์ม จำนวน ๓ จุด คิดเป็น ๑๑.ดดด % ตรวจสอบไม่ได้ ๒๑ จุด คิดเป็น ๗๗.๗.๗๗ % พบมีการติดตั้ง Surge Protection ในอาคารที่มีหอ ผู้ป่วยหนัก เพียงแค่ ๕ จุด คิดเป็น ๑๖.๖๖ % ของโรงพยาบาลเป้าหมายทั้งหมด ข้อเสนอแนะ หัวล่อฟ้าควรใช้แบบ Faraday แท่งล่อฟ้าควรเป็นแบหัวทู่ เพราะเป็นหัวล่อฟ้า แบบที่สามารถใช้งานได้ดีในทุกสภาวะ มีราคาถูก และดูแลรักษาง่าย และหากใช้งานร่วมกับระบบ กราวนด์ที่มีค่าความต้านทานต่ำกว่า ๓ โอห์ม จะทำให้ประสิทธิภาพและมุมในการป้องกันฟ้าผ่ามีมาก ยิ่งขึ้น จุดเชื่อมต่อทุกจุด เช่น ระหว่างหัวล่อฟ้ากับสายตัวนำลงดิน และระหว่างสายตัวนำลงดินกับแท่ง กราวนต์ฟ้าผ่า จะทำการเชื่อมต่อด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะเข้าด้วยกัน ( Exothermic Welding ) ซึ่งการเชื่อมต่อด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะเข้าด้วยกันนี้ จะทำให้การถ่ายเทกระแสฟ้าผ่า ซึ่งเป็น กระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ในระยะเวลาอันสั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงทำให้การเกิดผลกระทบจากฟ้าผ่าต่อ ตัวอาคารและระบบไฟฟ้าลดน้อยลง เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพย์ในห้อง ICU มีผลกับผู้ป่วย อย่างยิ่ง ดังนั้นหน่วยงานจึงต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษกับกระแสไฟฟ้าที่มาสูงเกินในเวลาสั้นๆ การเกิด การรบกวนอย่างมากในรูปของคลื่นไฟฟ้าสนามแม่เหล็ก สายปลั๊กของเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการ แพทย์เคลื่อนที่ สายปลั๊กควรใช้แบบมีที่ล็อค เพื่อป้องกันการถอดปลั๊กออกจากเต้ารับของอุปกรณ์โดย ไม่ได้ตั้งใจ