การศึกษาและพัฒนาเสถียรภาพระบบสำรองกำลังไฟฟ้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสุขภาพใน รพ. เขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจำนวน ๒๒ โรงพยาบาล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รายงานโครงการวิจัยฉบับนี้ น้ำเสนอผลการสำรวจข้อมูลระบบสำรองไฟฟ้าของโรงพยาบาลที่เข้าร่วม โครงการวิจัย ปีที่ 5 (จำนวนทั้งสิ้น 5 ปี สิ้นสุดโครงการ) โดยข้อมูลที่สำรวจประกอบด้วย ข้อมูลพื้นฐานของ โรงพยาบาล ระบบไฟฟ้ากำลังในโรงพยาบาล ระบบกราวนด์ของอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เป็นต้น ตรวจวัดภาระโหลดของอุปกรณ์ไฟฟ้าสำรอง(เครื่องกำเนิดไฟฟ้า)ที่มีใช้ใช้ใน โรงพยาบาล รวมทั้งอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆโดยใช้เครื่องมือวัดและวิเคราะห์ค่าทางไฟฟ้า และเครื่องมือวัดทาง ไฟฟ้าที่จำเป็นประกอบงานวิจัยอื่นๆ จากการสำรวจ ระบบไฟฟ้า เก็บข้อมูลภาระโหลดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองในโรงพยาบาล รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางไฟฟ้า 5 ปี ทั้งสิ้น จำนวน 117 โรงพยาบาล เครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 162 เครื่อง เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 100 KW จำนวน 108 เครื่อง คิดเป็น 66.67% ค่าความต้านทานดินของเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 83 เครื่อง คิดเป็น 51.23% อุปกรณ์สับจ่ายอัตโนมัติ (ATS) ของ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าใช้งานได้ จำนวน 156 เครื่อง คิดเป็น 96.30% มีอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าของเครื่องกำเนิด ไฟฟ้า จำนวน 66 เครื่อง คิดเป็น 40.7496 มีแผนงาน ระบบซ่อมบำรุง/บำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จำนวน 135 เครื่อง คิดเป็น 83.33% ข้อมูลภาระโหลดสูงสุดเทียบกับขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แยกเป็นช่วง ดัง ดังนี้ ไม่ได้ใช้งาน มี 11 เครื่อง คิดเป็น 6.79 % ,ช่วง 0 -20% มี 6 เครื่อง คิดเป็น 3.70 % ,ช่วง 21 - 40% มี 23 เครื่อง คิดเป็น 14.20 % ช่วง 41 - 60% มี 32 เครื่อง คิดเป็น 19.75 96 ช่วง 61 - 80% มี 30 เครื่อง คิด เป็น 18.52 % ,ช่วง 81 - 100% มี 26 เครื่อง คิดเป็น 16.05 % และ ช่วง สูงกว่า 100 % มี 34 เครื่อง คิด เป็น 20.99 % ของทั้งหมด จากข้อมูลผลการศึกษาพบว่ามีจำนวน ประมาณ 37 % หรือ 1 ใน 3 ที่ภาระโหลดสูงเกินตั้งแต่ 80% ของขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง(ทำให้เกิดปัญหาในการจ่ายโหลด) และมีถึง 35 โรงพยาบาล ที่เป็น โรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก( ประมาณ 100 KW ) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ของโรงพยาบาลยังเป็นการใช้งานระบบไฟฟ้าสำรองเชื่อมต่อกับหม้อแปลงไฟฟ้าและจ่ายโหลดทั้งหมดของ โรงพยาบาล และหากรวมกับข้อมูลที่ภาระโหลดเกิน ดังนั้นเพื่อให้ระบบสำรองไฟฟ้าสามารถจ่ายโหลดได้ เหมาะสม จำเป็นต้องมีการแยกโหลดที่ไม่สำคัญ เช่น โหลดระบบปรับอากาศของอาคารสำนักงาน โหลดของ อาคารสนับสนุน อาจรวมทั้ง โหลดของอาคารบ้านพัก เป็นต้น ออกจากระบบสำรองไฟฟ้า การบำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พบว่าโรงพยาบาลได้จัดเจ้าหน้าที่สำหรับควบคุม ดูแล เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง พร้อมทั้งทั้งจัดทำแผนงานการตรวจเช็คเครื่อง และรายละเอียดประกอบเครื่อง หรือ แผนงานการตรวจเช็คเบื้องต้น แต่สำหรับการบำรุงรักษารายเดือน รายปี ที่จำต้องมีสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สำรองของโรงพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลบางส่วนยังขาดการบำรุงรักษารายปี ซึ่งจะต้องดำเนินการในส่วนนี้เป็น ประจำทุกๆปี ระบบไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลโดยมากยังขาดแผนการใช้ไฟฟ้า และแผนการจัดวางระบบไฟฟ้า ภายในโรงพยาบาล แผนการจัดการอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง เช่น การเปลี่ยนแปลงขนาดของหม้อแปลงไฟฟ้าเพื่อ รองรับภาระโหลด และการขยายตัวของโรงพยาบาล รวมทั้งแผนการสำรองระบบไฟฟ้ากรณีฉุกเฉิน