ประเมินความรู้ความสามารถ การบำรุงรักษาเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชนในเขตจังหวัดนครราชสีมา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (Defibrilator) ถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในสภาวะวิกฤติ การใช้งาน จำเป็นต้องมีความแม่นยำและเที่ยงตรงสูง การศึกษาประเมินความรู้ความสามารถ การบำรุงรักษา เครื่องฯ ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชนในเขตจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30 โรงพยาบาล มี วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและประเมินความสามารถของเจ้าหน้าที่ในการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องฯ ศึกษาปัญหาการใช้งานและการคงประสิทธิภาพในการปล่อยพลังงาน (Energy) ของเครื่องๆในช่วง ระยะเวลาการใช้งาน ว่ามีค่าเบี่ยงเบนไปจากค่าที่ตั้งไว้มากน้อยเพียงได โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทดสอบสมรรถนะของเครื่องฯ และการเข้าสำรวจพื้นที่ สอบถาม และการจดบันทึก จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 77 คน จำนวน 122 เครื่อง ผลการศึกษาพบว่า 1. ความสามารถในการดูแลและบำรุงรักษาเครื่องกระตุกหัวไฟฟ้า (Defbrillator) ของ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชุมชนในเขตจังหวัดนครราชสีมา พบว่าความสามารถของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการ ดูแลและบำรุงรักษา ศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่เกิดความเชื่อมั่นในเรื่องดังกล่าวไม่ถึงร้อยละ 50 แสดง ให้เห็นจาก เจ้าหน้าที่มีองค์ความรู้อย่างครอบคลุมและมีการบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ มีการ กำหนดขั้นตอนกระบวนการ ก่อนการใช้งานหลังใช้งานเป็นระบบ ร้อยละ 28.6 2. ปัญหาการใช้งานและการบำรุงรักษาเครื่องกระตูกหัวใจไฟฟ้า (Deftrilator) ของ เจ้าหน้าที่ที่ใช้งานและบำรุงรักษาเครื่องมือ พบว่าเจ้าหน้าที่มีความรู้ในการใช้งานและบำรุงรักษา เครื่องอย่างไม่เจาะลึก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับเครื่องไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จะรู้เพียงฟังก์ชันที่ใช้ งานอยู่เป็นประจำ เห็นได้จากมีเจ้าหน้าที่เพียงร้อยละ 33.5 ที่ได้รับการอบรมฟื้นฟูการใช้งานของ เครื่อง ไม่เคยผ่านการอบรมการใช้เครื่องฯ ร้อยละ 68.8 ไม่เคยผ่านการเรียนรู้อย่างเจาะลึกเฉพาะ เครื่องฯ ร้อยละ 93.5 ความรู้ที่ใช้ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องฯ จากรุ่นพี่หรือเพื่อนที่ทำงานช่วย แนะนำ ร้อยละ 28.6 รองลงมาคือ จากรุ่นพี่หรือเพื่อนที่ทำงานช่วยแนะนำและจะจากบริษัทผู้ขาย เครื่องมือฯ ร้อยละ 18.2 และ จากบริษัทผู้ขายเครื่องมือฯ ร้อยละ 13.0 3. จากการตรรสอบเครื่องกระตุกหัวไฟฟ้า (Deftrillator) จ้านวน 122 เครื่อง พบว่า เครื่องพร้อมใช้งานจำนวน 110 เครื่อง คิดเป็นร้อยละ 90.16 ไม่พร้อมใช้งาน จำนวน 12 เครื่อง คิด เป็นร้อยละ 9.84 แสดงให้เห็นว่า เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (Defibrillator) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จัดว่า เป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยงสูงและมีความสำคัญในเรื่องพื้นชีพ (CPR) ร้อยละ9.84 ไม่มีมีความพร้อม ในการใช้งานและเกิดความเสี่ยงในการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการฟื้นฟูองค์ ความรู้เจ้าหน้าที่และบำรุงรักษาเครื่องชนิดนี้ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา