การศึกษาผลกระทบที่มีผลต่อสมรรถนะด้านการใช้เครื่องติดตามสัญญาณชีพในหอผู้ป่วยหนัก จากการใช้ระบบไฟฟ้าสำรองของโรงพยาบาล ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาผลกระทบที่มีต่อสมรรถนะด้านการใช้เครื่องติดตาม สัญญาณชีพในหอผู้ป่วยหนัก ในสถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาล จากการใช้ระบบบไฟฟ้าสำรองของของ โรงพยาบาลในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยประเภทของการวิจัยเป็นการวิจัยประยุกต์ เนื่องจาก สภาพปัญหาในปัจจุบันสำหรับโรงพยาบาลในประเทศไทย เสถียรภาพของการจ่ายไพไนโรงพยาบาลเป็นหนึ่ง ในจุดที่สำคัญที่สดซึ่งในโรงพยาบาลจะมีจุดที่ เป็น Critical load ซึ่งระบบไฟฟ้าจะต้องมีเสถียรภาพมากที่สุด ถึงแม้ว่าเวลาที่ไฟดับ หอผู้ป่วยหนัก มีจำเป็นต้องใช้ไฟอยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีการรบกวน หอผู้ป่วยหนัก ทุก โรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องมีระบบไฟไฟฟ้าสำรอง นอกจากนี้คุณภาพของระบบไฟไฟฟ้าก็ยังเป็น อีกจุดที่ สำคัญที่จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์โนโรงพยาบาบาล ระบบจ่ายไฟในโรงพยาบาล เกี่ยวกับระบบสำรองไฟ ในโรงพยาบาล ซึ่งระบบสำรองไฟถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่ง ที่ทางโรงพยาบาลจะขาดไม่ได้ เนื่องจากระบบบ ไฟฟ้าในเมืองไทยยังไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก ทั้งปัญหาจากไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ ทำให้จำเป็นต้องใช้เครื่อง สำรองไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสียหายแก่อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์ ผลการศึกษาพบว่า จากปัญหา ทางไฟฟ้าที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น หอผู้ป่วยหนักหรือห้อง ICU ต่างๆ ยังจำเป็นที่จะต้องมีไฟใช้ตลอดเวลา ดังนั้น โรงพยาบาลทกโรงพยาบาลจึงจำเป็นที่จะต้องมีระบบสำรองไพไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น และยังไม่มีการการศึกษาที่ แน่ชัด ว่าจะส่งไม่ผลต่อการใช้งานโดยเฉพาะสมรรถนะด้านการใช้เครื่องติดตามสัญญาณชีพในหอผู้ป่วยหนัก แต่อย่างไร แต่พบว่าโดยทั่วไปแล้วในหลักของวิศวกรรมไฟฟ้าในส่วนของ Citical load ในหอผู้ป่วยหนักมี ระบบไฟฟ้าสำรองอยู่ครบถ้วนตามหลักองค์ประกอบทางไฟฟ้าที่ดี และมีการส่งผลต่อสมรรถนะด้านการใช้ เครื่องติดตามสัญญาณชีพในหอผู้ป่วยหนัก ค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีการป้องกันทางด้านกายภาพและระบบ ไฟฟ้าที่ตีเพียงพอ อย่างไรก็ตามมีสถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาลบางแห่ง ผู้ใช้งานที่เป็นบุคลากรทาง การแพทย์อันได้แก่พยาบาล , ผู้ควบคุมดูแลระบบไฟฟ้า และเครื่องมือแพทย์ยังไม่มีการตระหนักในเรื่องนี้ เพียงพอ และยังต้องมีการพัฒนาระบบสำรองไฟฟ้าที่เหมาะสมกับเครื่องมือแพทย์ต่อไป