ระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนประถมศึกษา อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคณาจารย์และนักเรียน และสำรวจความเสี่ยงระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้า รวมทั้งเพื่อวางแนวทางการใช้ระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนประถมศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และเป็นการศึกษาแบบภาคตัดขวาง โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นของคณาจารย์และนักเรียน แบบสำรวจและตรวจสอบระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้าในโรงเรียนประถมศึกษา จากนั้นนำข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย รวมถึงการประเมินการเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมทางกายภาพให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของคณาจารย์และนักเรียนต่อระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้า พบว่า ระบบแสงสว่างมีความเพียงพอต่อการทำงานและทำกิจกรรม มีบางสถานที่ที่ระบบแสงสว่างไม่เพียงพอ ข้อมูลจากคณาจารย์ ได้แก่ ห้องพักอาจารย์และอาคารอเนกประสงค์ รองลงมาคือ ทางเดิน ในขณะที่ข้อมูลจากนักเรียน อันดับหนึ่ง คือ ทางเดิน รองลงมาคือ อาคารอเนกประสงค์ และห้องประชุม ส่วนใหญ่ระบบไฟฟ้า ความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า บริภัณฑ์ไฟฟ้าในโรงเรียนเพียงพอต่อการใช้งาน แต่มีบางส่วนที่ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ได้แก่ การติดตั้งถังดับเพลิง อุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ได้ติดตั้งระบบสายดินครบถ้วน และบริภัณฑ์ไฟฟ้า เช่น ปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง เครื่องมือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับไฟฟ้า เป็นต้น ไม่ได้ซื้อตามมาตรฐาน มอก. ระบบแสงสว่าง ของโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั้ง 3 โรงเรียน ส่วนใหญ่ทุกห้องมีค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่างตามมาตรฐานการใช้งาน ระบบไฟฟ้าในโรงเรียน ผลการสำรวจระบบไฟฟ้าในโรงเรียนพบว่า ทั้ง 3 โรงเรียน มีการติดตั้งวัสดุ อุปกรณ์ และส่วนประกอบต่างๆ เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และไม่มีแผนการในเรื่องของระบบป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่ชัดเจน รวมทั้งไม่มีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าที่ครอบคลุมบริเวณโรงเรียน ไม่มีมีแผนและไม่มีการตรวจสอบถังดับเพลิงอย่างน้อย 6 เดือนต่อครั้ง แต่โรงเรียนขนาดใหญ่มีการติดตั้งถังดับเพลิง แต่ไม่มีการตรวจสอบเช่นกัน ผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงเรียน พบว่า 1) ตู้เมนสวิตช์ โรงเรียนที่ 1 (โรงเรียนขนาดเล็ก) และโรงเรียนที่ 2 (โรงเรียนขนาดกลาง) ไม่มีการติดตั้งตู้เมนสวิตซ์ ในขณะที่โรงเรียนที่ 3 (โรงเรียนขนาดใหญ่) มีการติดตั้งตู้เมน 2) แรงต่ำภายในอาคาร พบว่า ทั้ง 3 โรงเรียน ไม่มีการเดินสายไฟในท่อและไม่เรียบร้อย ฉนวนสายไฟมีสภาพเก่า ชำรุด จุดเชื่อมต่อสายไฟไม่มีฝาครอบและพันด้วยเทปพันสายไฟ ซึ่งรวมทั้ง 2 โรงเรียนแรก ไม่มีการติดตั้งสายดิน ในขณะที่โรงเรียนที่ 3 มีการติดตั้งสายดินแต่ยังไม่ครอบคลุมทุกอุปกรณ์ไฟฟ้า 3) บริภัณฑ์ไฟฟ้า พบว่า 2 โรงเรียนแรก บริภัณฑ์ไฟฟ้า เริ่มชำรุด เนื่องจากใช้งานมานาน และการติดตั้งสายไฟห้อยระโยงระยางตามฝาผนัง รวมทั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าไม่มีการติดตั้งสายดิน ในขณะที่โรงเรียนที่ 3 โดยภาพรวมบริภัณฑ์ไฟฟ้ามีการติดตั้งสายดิน แต่การติดตั้งสายดินยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและจากการตรวจสอบสภาพการต่อเชื่อมสายดินของตู้น้ำดื่มพบว่า มีการต่อสายดิน แต่เป็นวิธีการต่อสายดินที่ไม่ปลอดภัยและเป็นวิธีที่ไม่ได้มาตรฐาน จากข้อมูลที่ได้จากการศึกษา สามารถวางแผนงานการดำเนินงานโดยเริ่มจาก การสำรวจความคิดเห็นของคณาจารย์และนักเรียน และสำรวจความเสี่ยงระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้าต่อสุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียนประถมศึกษา จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและการตรวจสอบระบบแสงสว่างและระบบไฟฟ้าในโรงเรียนระดับประถมศึกษาทั้ง 3 โรงเรียน มาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการเปรียบเทียบกับมาตรฐานกฎหมายสภาพแวดล้อมทางกายภาพตามที่กฎหมายกำหนด ขั้นตอนต่อมาคือ การวางแนวทางร่วมกับโรงเรียนระดับประถมศึกษาแต่ละโรงเรียนให้เหมาะสมกับขนาดโรงเรียนและระบบสาธารณูปโภค งบประมาณการจัดการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในสถานศึกษา