การศึกษา ผลการเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันฟ้าผ่า เสาสามเหลี่ยมวิทยุคมนาคมโดยวิธีการเจาะกราวนด์ลึก 30 เมตร เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง "การศึกษา ผลการเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันฟ้าผ่า เสาสามเหลี่ยมวิทยุคมนาคม โดยวิธีการเจาะกราวนด์ลึก 30 เมตร เพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาล" เป็นการวิจัย เชิงปรับปรุงพัฒนาโดยใช้หลักการทางวิศวกรรมไฟฟ้า เพื่อปรับปรุงพัฒนาระบบบป้องกันฟ้าผ่าผ่าผ่า เสาสามเหลี่ยมวิทยุคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพของการป้องกันฟ้าผ่าที่สูงขึ้น โดยวิธีการเจาะระบบสายนำล่อ ฟ้าลงดินลึก 30 เมตร พร้อมทั้งปรับปรุงสายนำล่อฟ้าลงดินให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 70 sq.mm. , ทำระบบบ กราวนด์หลักดินที่จุดยืดกายทั้ง 3 ด้าน โดยการฝังแท่งกราวนด์มะเฟืองที่สายยึดโยง (quide wire)ทั้ง 3 จุด ยีดเชื่อมกันพร้อมทั้งเพิ่มค่าความนำไฟฟ้าโดยการปรับปรุงค่าความต้านทานดินให้มีค่าต่ำต่ำลง จากข้อมูลมูลผล การศึกษาพบว่า การตรวจวัดการเกิดฟ้าผ่า (Lightning Counter) ณ เสาสามเหลี่ยมวิทยุดนาคม ทั้ง 5 จุดตรวจวัดคือ โรงพยาบาลนาเชือก โรงพยาบาลนายูง โรงพยาบาลสกลนคร โรงพยาบาลบึงกาฬ และศูนย์ วิศวกรรมการแพทย์ที่ 2 (ขอนแก่น) นั้น มีเพียงโรงพยาบาลบึงกาฬ เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่มีการเกิดฟ้าผ่า วัดได้รวม 6 ครั้ง ช่วงก่อนการปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่า และมีการเกิดฟ้าผ่าจำนวน 3 ครั้ง ช่วงหลังการ ปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่า ส่วนในจุดติดตั้งการตรวจวัดเก็บข้อมูลที่อื่นๆ ไม่สามารถระบุได้ ซึ่งจากข้อมูล ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า การปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่าโดยการเปลี่ยนสายน้ำฟ้าผ่าเป็นขนขนาด 70 sq.mm. และเจาะฝังระบบกราวนด์ลึก 30 เมตร มีผลทำให้จำนวนครั้งของการเกิดฟ้าผ่าผ่าลงเสาสามเหลี่ยม วิทยุคมนาคมลดลง , การเกิดฟ้าผ่า (Lightning Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล (ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก อาคารผู้ป่วยใน) ที่โรงพยาบาลนาเชือก และโรงพยาบาลสกลนครไม่มีผลการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น , โรงพยาบาลนายูงและที่ศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 2 (ขอนแก่น) มีผลการเกิดฟ้าผ่า (Lightning Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล มากขึ้นหลังจากการปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่า (จากรวม 6 ครั้งก่อนการปรับปรุง ระบบ เป็นรวม 30 ครั้งหลังการปรับปรุงระบบ และจากรวม 3 ครั้งก่อนการปรับปรุงระบบ เป็นรวม 4 4 ครั้ง หลังการปรับปรุงระบบ ) ส่วนที่โรงพยาบาลบึงกาฬมีผลออกมาลดลง คือ จากรวม 60 ครั้งก่อนการ ปรับปรุงระบบ เป็นรวม 33 ครั้งหลังการปรับปรุงระบบ , จำนวนครั้งของการเกิดกระแสไฟกระชาก (Surge Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล (ตู้ควบคุมไฟฟ้าหลัก อาคารผู้ป่วยใน) พบว่า ที่โรงพยาบาลนาเชือกและ โรงพยาบาลบึงกาฬ มีผลเพิ่มขึ้นหลังจากการปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่า ส่วนที่ โรงพยาบาลนายูง โรงพยาบาลสกลนคร และศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 2 (ขอนแก่น) มีผลลดลงหลังจากการปรับปรุงระบบ ป้องกันฟ้าผ่า สรุปภาพรวมผลการวิจัย พบว่าหลังจากการปรับปรุงระบบป้องกันฟ้าผ่าฟ้าผ่าโดยการเปลี่ยนสายนำ ฟ้าผ่าเป็นขนาด 70 sp.mm. และเจาะฝังระบบกราวนด์ลีก 30 เมตร ได้ดังนี้ ณ โรงพยาบาลนาเชือก กระแสไฟกระชาก (Surge Counter) มีจำนวนามขึ้น ณ โรพยาบาลนาสูง การมวัตฟ้าผ่า (Ughtning Counterbu อาศารที่บรัสมูล เพิ่มมากขึ้น และกระแสไฟกระชาก (Surge Counter) อม อาคารที่เก็บขัอมูล มีจำนวนลดลง ณ โรงพยาบาลสกลนคร สามารถลดกระแสไฟกระชาก (Surge Counter)ณ อาคารที่เก็บ ข้อมูล ลงได้ ประมาณ 3 เท่า ณ โรงพยาบาลบึงกาฬ หลังการปรับปรุงระบบป้องกับฟ้าผ่าแล้ว เกิดการเกิดฟ้าผ่าลงเสา สามเหลี่ยม และการเกิดฟ้าผ่า (Lightning Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล ลดลงครึ่งหนึ่ง และกระแสไฟ กระชาก (Surge Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล มีจำนวนเพิ่มขึ้น ณ ศูนย์วิศวกรรมการแพทย์ที่ 2 (ขอนแก่น) หลังการปรับปรุงระบบป้องกับฟ้าผ่าแล้ว การเกิด ฟ้าผ่า (Lightning Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล มีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และกระแสไฟกระชาก (Surge Counter) ณ อาคารที่เก็บข้อมูล มีจำนวนลดลงเล็กน้อย ในส่วนของข้อมูลอุบัติการณ์ของความเสียหายของอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพย์ใน โรงพยาบาลนั้น จากการสอบถามข้อมูลและประเมินผลความเสียหายที่เกี่ยวข้องกรณีเกิดฟ้าผ่า พบว่ายังไม่มี การรายงานผลที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ เป็นเพราะไม่มีการ เกิดฟ้าผ่าขึ้นในสถานที่เก็บข้อมูล สำหรับค่า Lightning Counter wละ Surge Counter ณ อาคารที่เก็บ ข้อมูล ที่เครื่องมือตรวจจับและวัดได้นั้น เบื้องต้นมีอุปกรณ์/เครื่องมือตรวจจับและวัดดังกล่าวสามารถ ป้องกันความเสียหายได้ เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวเป็นทั้งเครื่องวัดและป้องกัน สำหรับโรงพยาบาลบึง กาฬที่สามารถวัดจำนวนการเกิดฟ้าผ่าได้ รวมกันทั้งหมด 9 ครั้ง ก็ไม่มีการแจ้งเหตุความเสียหายของอุปกรณ์ จากโรงพยาบาล