การประเมินความอ่อนแอต่อแผ่นดินไหวของอาคารสถานพยาบาลในเขตเทศบาลเชียงใหม่.
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
านวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการประเมินความเสี่ยงจากภัยแผ่นดินไหวของส่วนที่ไม่ใช่ โครงสร้างอาคารโรงพยาบาล ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การศึกษาประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ 1. การสารวจด้วยสายตาเพื่อการประเมินกาลังโครงสร้างในการต้านทานแรงแผ่นดินไหว 2. การประเมินความเสี่ยงของส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างอาคารโรงพยาบาล การดาเนินการทั้ง 2 สว่ นนั้น สามารถกล่าวสรุปโดยย่อได้ดังนี้ ส่วนที่ 1: ได้ทาการสุ่มสารวจโรงพยาบาลจานวน กกกก แห่ง โดยมีอาคารที่สารวจทั้งหมด กกก อาคาร จากจานวนอาคารทั้งหมดที่สารวจ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีระบบ โครงสร้างที่แตกต่างกัน 2 แบบ คือ โครงสร้างคาน-เสาคอนกรีตเสริมเหล็กมีผนังเป็นอิฐก่อ และ โครงสร้างที่มีผนังคอนกรีตรับแรงเฉือน จากการสารวจพบว่า มีจานวนอาคารทั้งสิ้น กกกก อาคารที่ผ่านเกณฑ์ว่ามีความสามารถใน การต้านทานแรงแผ่นดินไหวในพื้นที่ได้ (แผ่นดินไหวรุนแรงระดับกลาง) และที่เหลือ กกกก อาคารไม่ ผ่านเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม อาคารที่ไม่ผ่านเกณฑ์นั้นยังมิอาจสรุปได้ว่ามีความแข็งแรงไม่เพียงพอได้ แต่จาเป็นต้องทาการวิเคราะห์เชิงละเอียดต่อไป การที่โครงสร้างมีความแข็งเพียงพอจากการสารวจด้วยสายตานี้ แม้ว่าจะเป็นการประเมิน เพียงเบื้องต้น แต่ก็สามารถเป็นเครื่องบ่งชี้ที่สาคัญเนื่องจาก หากอาคารมีการโยกตัวต่าก็จะทาให้ เกิดความเสียหายในส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างน้อยตามไปด้วย ส่วนที่ 2: เป็นส่วนของการประเมินความเสี่ยงของส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างทั่วไป จะประกอบไป ด้วย 3 ส่วนคือ (1) ส่วนงานสถาปัตยกรรม (2) ส่วนงานระบบ และ (3)ส่วนงานเฟอร์นิเจอร์ และ ส่วนที่ไม่ใช่โครงสร้างพิเศษ คือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สาคัญ ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ส่วนงานสถาปัตยกรรมและเฟอร์นิเจอร์มีความเสี่ยงที่จะทาให้เกิดการ บาดเจ็บจากการล่วงหล่น ได้แก่ ผนังห้อง ฝ้า กระจกที่ไม่มีแผ่นฟิล์ม ตู้หรือชั้นวางของที่สูงชะลูด ไม่ได้มีการยึดติดกับผนัง เป็นต้น ส่วนงานระบบนั้น มีความเสี่ยงที่จะทาให้เกิดการหยุดชะงักของการ ทางาน ส่วนสาหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้น อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และมัก ทาเป็นฐานเลื่อนได้ รวมทั้งจาเป็นต้องมีระบบไฟหล่อเลี้ยงตลอด ทาให้เกิดความเสี่ยงที่จะพลิกคว่า หรือเลื่อนไถล จนทาให้เกิดความเสียหายได้ง่าย สุดท้าย การศึกษาได้นาเสนอแนวทางเป็นคู่มือ การป้องกันความเสียหายส่วนที่ไม่ใช่ โครงสร้างของอาคารโรงพยาบาลจากภัยแผ่นดินไหว เพื่อใช้ในการเตรียมการรับมือต่อไป