การพัฒนากิจกรรมการเต้นแอโรบิกสำหรับผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชื่อเรื่องวิจัย : การพัฒนากิจกรรมการเต้นแอโรบิกสำหรับผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน คณะวิจัย : สุรศักดิ์ นาคนาคา ปธานศาสน จับจิตร กฤษณะ อรุณโชติ และจีราธิวัฒน์ มโนวรรณ คณะปรึกษาวิจัย : รศ.สุกัญญา พานิชเจริญนาม ผศ.ดร.ราตรี เรืองไทย และผศ.ดร.สืบสาย บุญวีรบุตร. คำสำคัญ : การเต้นแอโรบิก น้ำหนักตัวเกิน การออกกำลังกาย อ้วน บทคัดย่อ แผนงานวิจัยการพัฒนากิจกรรมการเต้นแอโรบิกสำหรับผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน(The aerobic dances developments for overweight people) ประกอบด้วยโครงการวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยนี้ 2 เรื่องคือ (1) ทัศนคติของผู้มีภาวะน้ำหนักเกินต่อกิจกรรมการเต้นแอโรบิก (Overweight people’s attitude on aerobic dances) (2) การสร้างชุดกิจกรรมการเต้นแอโรบิกเฉพาะผู้มีน้ำหนักตัวเกิน(Creating aerobic dance model overweight people only ) วัตถุประสงค์ของแผนงานวิจัยเพื่อพัฒนาและสร้างชุดกิจกรรมการเต้นแอโรบิกให้เหมาะสมถูกต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและสอดคล้องกับความต้องการของผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกิน คณะวิจัยทำการสำรวจทัศนคติของกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 650 คนทั้งชายและหญิง ได้มาจากการสุ่มแบบบังเอิญจากผู้มีค่า BMI (Body Mass Index) มากกว่า 25 กก./ม.2 หรือผู้ชายมีรอบเอวเกิน 90 ซม. ผู้หญิงมีรอบเอวเกิน 80 ซม.ใน 6 ภูมิภาค โดยใช้แบบสอบถามที่คณะวิจัยสร้างขึ้น เป็นแบบวัดแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) = 0.73 วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) หลังจากนั้นคณะวิจัยได้ออกแบบท่าเต้นและจังหวะเพลงให้สอดคล้องกับความต้องการที่สำรวจไว้ (JAM’s dance) โดยให้อาสาสมัครที่มี BMI เกิน 25 กก./ม.2 จำนวน 31 คน ออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก (JAM’s dance) มีความระดับความหนักในการออกกำลังกายที่ร้อยละ 55-65 ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด เป็นเวลา 40 นาทีต่อวัน จำนวน 3 วัน/สัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ และใช้เครื่องวัดอัตราการเต้นหัวใจอัตโนมัติแบบไร้สายเป็นตัววัดชีพจรขณะออกกำลังกาย ค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายกับอัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกาย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า (1) ค่าเฉลี่ยทัศนคติของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินต่อกิจกรรมการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกในกลุ่มผู้ไม่ออกกำลังกาย กลุ่มเต้นแอโรบิก และกลุ่มออกกำลังกายวิธีอื่น เป็น 2.16?1.66, 2.96?0.53 และ 3.65?0.78 ตามลำดับ (2) อัตราการเต้นหัวใจขณะออกกำลังกายของกลุ่มทดลองกับอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (3) กลุ่มทดลองมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจในการออกกำลังกายด้วย JAM’s dance ในระดับ 4.29?0.46 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับดี และยินดีที่จะออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกแบบ JAM’s dance ต่อไป