ทัศนคติของผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินต่อกิจกรรมการเต้นแอโรบิก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจทัศนคติของกลุ่มผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินต่อการเลือกและไม่เลือกการเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมการออกกำลังกาย กลุ่มตัวอย่างจำนวน 650 คน เป็นชายร้อยละ 48.2 และหญิงร้อยละ 51.8 ที่มีค่าเฉลี่ยอายุ 34.95?15.60 ปี ค่าเฉลี่ยดัชนีมวลกาย (BMI) 27.79?3.58 ก.ก./ม.2 ได้มาจากการสุ่มโดยบังเอิญ จากพื้นที่ที่มีความชุกสูงสุดของคนอ้วนลงพุงใน 6 ภาค ใช้แบบสอบถามทัศนคติของผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินต่อกิจกรรมการเต้นแอโรบิกที่คณะวิจัยสร้างขึ้น มีระดับความคิดเห็น 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นและค่าความตรงของเครื่องมือที่ 0.73 และ 0.72 ตามลำดับ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า จากระดับความคิดเห็น 5 ระดับ กลุ่มผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินที่ไม่ออกกำลังกาย (NE) กลุ่มออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก (AD) และกลุ่มออกกำลังกายด้วยวิธีอื่น (E) มีระดับความคิดเห็นเฉลี่ยเกี่ยวกับกิจกรรมการเต้นแอโรบิกในภาพรวมเป็น 2.16?1.66, 2.96?0.53 และ 3.65?0.78 ตามลำดับ เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ในด้านความสนุกสนานมีค่าเฉลี่ยเป็น 2.40?1.87, 3.40?0.62 และ 3.91?0.76 ตามลำดับ ในด้านความบ่อย/ต่อเนื่องมีค่าเฉลี่ยเป็น 2.03?1.57, 2.65?0.71 และ 3.42?1.00 ตามลำดับ ในด้านความหนัก/เหนื่อยมีค่าเฉลี่ยเป็น 2.03?1.61, 2.90?0.69 และ 3.62?0.95 ตามลำดับ ในด้านความนานมีค่าเฉลี่ยเป็น 1.99?1.64, 2.61?0.84 และ 3.55?0.97 ตามลำดับ ในด้านความหลากหลายมีค่าเฉลี่ยเป็น 2.36?1.90, 3.27?0.75 และ 3.73?0.79 ตามลำดับ การวิจัยครั้งนี้สรุปว่า กลุ่ม NE มีทัศนคติว่า การเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง กลุ่ม AD มีทัศนคติว่า การเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเองในระดับปานกลาง และกลุ่ม E มีทัศนคติว่า การเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตนเองในระดับดี การที่ NE มีทัศนคติเชิงลบอาจเนื่องมาจากความรู้ ความเข้าใจ และการเรียนรู้กิจกรรมการเต้นที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย จนกลายเป็นความเข้าใจผิดและเกิดทัศนคติที่ไม่ดีต่อการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก ส่วนกลุ่ม AD มีทัศนคติอยู่ในระดับปานกลางทั้งที่เลือกเต้นแอโรบิกอยู่แล้ว แสดงว่าการเต้นแอโรบิกในปัจจุบันอาจมีความไม่เหมาะสมกับตนเองและมีแนวโน้มจะเลิกเต้นในที่สุด และกลุ่ม E มีทัศนคติเชิงบวกกับการเต้นแอโรบิก แต่ยังไม่ใช่กิจกรรมที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุดจึงยังไม่เลือกที่จะออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก