กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการสร้างเครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บ เพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บและ เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บกับเครื่องวัดความอ่อนตัวของต่างประเทศ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตศรีสะเกษ ปีการศึกษา 2557 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพและคณะศึกษาศาสตร์ โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ใช้หาความเชื่อมั่น (reliability) จานวน 60 คนแบ่งเป็นชาย 40 คนและหญิง 20 คน และกลุ่มที่ 2 ใช้ในการหาความเป็นปรนัย (objectivity) จานวน 80 คน เป็นนักศึกษาชาย 60 คนและนักศึกษาหญิง 20 คน และกลุ่มที่ 3 ใช้ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นกับเครื่องวัดความอ่อนตัวของต่างประเทศ ด้วยการทดสอบค่าที (t-test) โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 40 คนแบ่งเป็นชาย 20 คนและหญิง 20 คน ผลการศึกษา พบว่า เครื่องมือวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บ (OSAR Prototype) ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงเฉพาะหน้า มีคุณสมบัติที่สามารถใช้วัดได้ตามเป้าหมายที่ต้องการจะวัดและมีประสิทธิภาพตรงตามวัตถุประสงค์ มีความเชื่อมั่น โดยการทดสอบซ้า ทดสอบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน r = .99 มีความเป็นปรนัย โดยมีผู้ทาการทดสอบ 2 คน มาทาการทดสอบความอ่อนตัวด้วยเครื่องมือวัดความอ่อนตัวที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ทดสอบหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน r = .99 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก และเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น กับเครื่องวัดความอ่อนตัวของต่างประเทศ โดยการทดสอบค่าที เครื่องมือวัดความอ่อนตัวทั้ง 2 แบบไม่แตกต่างกัน (p = .56) เป็นที่ยอมรับและสามารถนาไปใช้ได้ คาสาคัญ : เครื่องวัดความอ่อนตัวแบบพับเก็บ ความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น ความเป็นปรนัย