กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานการผลิตและแปรรูปข้าวของโรงสีข้าวชุมชน กำหนดวิธีการปรับปรุงผลิตภาพการแปรรูปข้าวร่วมกับเจ้าของโรงสีข้าวชุมชน และเผยแพร่ความรู้ด้านการผลิตและการแปรรูปข้าวสู่เกษตรกรในชุมชนและโรงสีข้าวชุมชน เก็บข้อมูลโรงสีข้าวชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 21 โรง และสรุปข้อมูล ณ. สาขาวิชาวิศวกรรมเกษตรและเทคโนโลยี คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จากผลการศึกษาพบว่า โรงสีข้าวชุมชนสามารถแบ่งออกได้เป็นสามขนาด คือโรงสีขนาดใหญ่มีอัตราการทำงานเฉลี่ย 1,300.00 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ขณะที่โรงสีขนาดกลางมีอัตราการทำงานเฉลี่ย 205.00 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ส่วนโรงสีขนาดเล็กมีอัตราการทำงานเฉลี่ย 79.40 กิโลกรัมต่อชั่วโมง โรงสีขนาดใหญ่จะดำเนินการในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกรในเชิงธุรกิจมีการซื้อขายข้าวเปลือกและข้าวสารและมีบางส่วนรับจ้างสีแปรรูปข้าวด้วย ส่วนโรงสีขนาดกลางและเล็กส่วนใหญ่จะเป็นโรงสีอิสระสีข้าวของตนเอง และบริการสีข้าวของเกษตรกรในชุมชนแลกกับรำข้าวที่ได้รับเพื่อใช้เลี้ยงสุกรและจำหน่ายในชุมชน โดยโรงสีขนาดใหญ่ได้รับดัชนีการสีแปรรูปข้าวสารและข้าวต้นเฉลี่ย 92.89 และ 84.35 เปอร์เซ็นต์ โรงสีขนาดกลางได้รับดัชนีการสีแปรรูปข้าวสารและข้าวต้นเฉลี่ย 87.86 และ 76.63 เปอร์เซ็นต์ และโรงสีขนาดเล็กได้รับดัชนีการสีแปรรูปข้าวสารและข้าวต้นเฉลี่ย 86.05 และ 80.66 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเห็นว่าดัชนีข้าวสารอยู่ในเกณฑ์พอใช้โดยโรงสีข้าวขนาดใหญ่มีดัชนีข้าวสารสูงกว่าโรงสีข้าวขนาดกลางและเล็ก แต่ดัชนีข้าวต้นอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเนื่องจากมีการสูญเสียปลายข้าวไปกับราระหว่างการขัดขาว โดยโรงสีข้าวขนาดใหญ่มีดัชนีข้าวต้นสูงกว่าโรงสีข้าวขนาดกลางและเล็ก จากผลการทดสอบพอสรุปได้ว่า ถ้าโรงสีชุมชนโดยเฉพาะโรงสีขนาดกลางและเล็กมีการปรับปรุงกระบวนการทำความสะอาด การกะเทาะและการขัดขาว จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสีแปรรูปทำให้ได้รับปริมาณข้าวสาร และปริมาณข้าวต้นจากการสีแปรรูปเพิ่มขึ้น 8-15 เปอร์เซ็นต์