Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558

การศึกษาหน้าที่ของกลัยโคโปรตีนขนส่งชนิด ABCC11(MRP8) ในการขนส่งยา tenofovir disoproxy fumarate(TDF) บนเซลล์ท่อไตฝอยในหลอดทดลอง

สินธุ์ชัย แก้วกิติชัย มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2558

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ทีโนโฟเวียร์เป็นยาที่มีชื่อโครงสร้างทางเคมีว่า 9-(2-Phosphonyl-methoxypropyly) adenine (PMPA) เป็นยาที่ใช้ได้ดีในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี มีกลไกการออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอ็นไซม์ nucleotide reverse transcriptase ร่างกายขับถ่ายยาทีโนโฟเวียร์ผ่านทางไตเป็นหลักโดยใช้กระบวนการกรองผ่านโกลเมอรูรัสและการขับยาออกผ่านท่อไตส่วนต้น อาการอันไม่พึงประสงค์ที่สำคัญของยาทีโนโฟเวียร์คือ พิษต่อไต ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้ยาชนิดนี้ในทางคลินิก แต่กลไกการทำให้เกิดพิษต่อไตนั้นยังไม่มีกลไกที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้ อย่างไร อย่างไรก็ตามจากการศึกษาทางสรีระวิทยาพบว่าบริเวณท่อไตส่วนต้น มีการกระจายของโปรตีนขนส่งชนิดใช้พลังงาน ATP อยู่หลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีชื่อว่า ATP-binding cassette subfamily C11(ABCC11) หรือ Multidrug related protein 8(MRP8) เป็นโปรตีนขนส่งชนิดขับสารออกจากเซลล์ท่อไตส่วนต้น ดังนั้นผู้วิจัยจึงให้ความสนใจโปรตีนขนส่งชนิดนี้เป็นพิเศษเพื่อที่จะศึกษาว่าโปรตีนขนส่งชนิดนี้เกี่ยวข้องกับการขนส่งยาทีโนโฟเวียร์ออกจากเซลล์ท่อไตส่วนต้นหรือไม่ ปริมาณสะสมของยาทีโนโฟเวียร์ในเซลล์ท่อไตส่วนต้นพิสูจน์ด้วยวิธีการทดลองที่เรียกว่า transport และ uptake assayed โดยใช้เซลล์ชนิด LLCPK-1 เพิ่มปริมาณโปรตีนขนส่งชนิด ABCC11 ด้วย วิธีการ transfection โดยใช้ Lentivirus นำพา abcc11 gene เข้าไปในเซลล์เพื่อให้เกิดการสร้างกลัยโคโปรตีนชนิดนี้และใช้ synthetic MRP8 vesicle ตามลำดับ อย่างไรก็ดีเพื่อแสดงความจำเพาะของ substrate ต่อกลัยโคโปรตีนขนส่งชนิด ABCC11 ทางผู้วิจัยได้ใช้ Methotrexate anhydrate เป็น substrate และสาร MK571 เป็น inhibitor การศึกษาปริมาณการสะสมของยาทีโนโฟเวียร์และสารเมตาบอไลต์ทั้งในเซลล์และใน vesicle ใช้วิธีการวัดด้วย liquid chromatography-tandem masspectrometry(LC-MS/MS) จากผลการทดลองพบว่าปริมาณสะสมของยาทีโนโฟเวียร์ในเซลล์ LLCPK-1 ที่มีการแสดงออกของกลัยโคโปรตีนขนส่งชนิด ABCC11 นั้น มีปริมาณยาทีโนโฟเวียร์ น้อยกว่า 5.5 เท่าของเซลล์ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ(Pvalue< .001) ในทางกลับกันพบว่าปริมาณยาสะสมจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(Pvalue< .001) เมื่อมีสาร MK571 ซึ่งจัดเป็นสารยับยั้งการทำงานของกลัยโปรตีนขนส่งชนิดนี้ สำหรับการทดลองแบบ uptake assayed นั้นพบว่า vesicle ที่มีการแสดงออกของกลัยโคโปรตีนชนิด ABCC11 มีปริมาณสะสมของยาทีโนโฟเวียร์ใน vesicle มากกว่าในทุกๆ ช่วง เวลาที่ทำการวัดค่าที่ 0.5, 5, 10, 15 และ 30 นาที(Pvalue< .001) ตามลำดับและให้ผลในทางตรงกันข้ามเมื่อมี MK571 เป็นสารยับยั้งกลัยโคโปรตีนชนิดนี้ นอกจากนี้ทางผู้วิจัยยังพบอีกว่าผลการทดสอบด้วยวิธี MTT assayed นั้นพบว่าเซลล์ LLCPK-1 ที่มีการแสดงออกของกลัยโคโปรตีนขนส่งชนิด ABCC11 นั้นมีค่า CC50 สูงกว่าเซลล์ควบคุมถึง 15 เท่าและค่าของ CC50 จะลดลงอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ(Pvalue< .001) เมื่อมีสารยับยั้งกลัยโคโปรตีนชนิดนี้จนค่า CC50 ไม่แตกต่างกับเซลล์ควบคุม จึงสามารถสรุปได้ว่ายาทีโนโฟเวียร์เป็น substrate ของกลัยโคโปรตีนชนิด ABCC11 ดังนั้นถ้ามีการยับยั้งหรือรบกวนการทำงานของกลัยโคโปรตีนชนิดนี้อาจจะส่งผลต่อการขนส่งยานี้ผ่านทางท่อไตส่วนต้นจนอาจเกิดการสะสมของยาจนทำให้เกิดพิษต่อไตได้

คำสำคัญ

nephrotoxicityTenofovirPharmacogeneticsABCC11ATP binding cassette subtype C subfamilyMRP8.

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประยุกต์ไขกระบกเป็นสารก่อเมทริกซ์ในระบบควบคุมการปลดปล่อยตัวยา

ทรงวุฒิ ยศวิมลวัฒน์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2551

การผลิตโมโนโคนัลแอนติบอดีชนิดรีคอมบิแนนท์ที่จำเพาะต่อโปรตีนที่ไม่ใช่โครงสร้างของไวรัสเอนเทอโร ๗๑ เพื่อใช้เป็น เครื่องมือทางชีวภาพในการศึกษาพยาธิกำเนิดของโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง

จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรีกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

อนุภาคพอลิเมอร์ผสมแบบ IPNs ที่เตรียมจากพอลิ (อะคริลาไมด์) สำหรับควบคุมการปลดปล่อยยาต้านไวรัส

ธนิดา ตระกูลสุจริตโชค มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2556

การดัดแปลงโครงสร้างของแมงจิเฟอรินเพื่อใช้เป็นสารออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสก่อโรคเริม

ศิริรัตน์ จันท์จารุณี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

ความแตกต่างของยา Tenofovir Alafenamide และ Tenofovir Disoproxil Fumarate ต่อผลของการยับยั้งไวรัสและความปลอดภัยต่อไต

ธีระพงษ์ มนต์มธุรพจน์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2559

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

โปรตีน ABC transporter และการดื้อยาในโรคมะเร็ง

คณินทร์ รังสาดทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2557

การพัฒนาแมโครฝาจที่เหนี่ยวนำจากเซลล์ต้นกำเนิดไอพีเอส ที่มีไคแมริกแอนติเจนรีเซปเตอร์ที่จำเพาะต่อ CD147 สำหรับการฟาโกไซโตซิส เพื่อใช้ในการรักษามะเร็งโดยวิธีภูมิคุ้มกันบำบัด

กุลวัฒน์ ชูประดิษฐ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2565

การตรวจหาเชื้อไวรัส เอช ไอ วี สายพันธุ์ CRF01_AE ที่ดื้อต่อยา protease inhibitor โดยวิธี Multiplex Ligation-dependent Probe Amplification

นางสาวสุรางค์รัตน์ ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2555

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553