ปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนในสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตภาคกลาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนในสถาบันการพลศึกษา เขตภาคกลาง มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนในสถาบันการพลศึกษา เขตภาคกลาง 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนใน สถาบันการพลศึกษา เขตภาคกลาง จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และการรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร 3) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เครื่องมือที่ใช่ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ แบ่งเป็น ตอนที่ 1 เป็นคำถามเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบสำรวจรายการ (check list) เพื่อทราบตัวแปรอิสระเกี่ยวกับ เพศ อายุ และระดับการศึกษา ตอนที่ 2 เป็นคำถามเกี่ยวกับเจตคติเกี่ยวกับการให้บริการชุมชน โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน 1) ด้านอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ 2) ด้านบริการวิชาการ 3) ด้านหน่วยงานและบุคลากรที่รับผิดชอบในการให้บริการ 4)ด้านกีฬาและกิจกรรมการออกกำลังกาย 5) ด้านบริหารจัดการ มีลักษณะเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ คือ น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก มากที่สุด ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามปลายเปิด (Open – Ended Questionnaire) สรุปผลการวิจัย 1. ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายมากว่าเพศหญิง คือ เพศชายร้อยละ 53.1 และเพศหญิงร้อยละ 46.9 สำหรับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่าประถมศึกษามากที่สุด คือร้อยละ 46.6 รองลงมาคือระดับมัธยมศึกษาร้อยละ 29.6 และระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 23.8 ตามลำดับ 2. ความพึงพอใจที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลางใน ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.03, S.D.=0.60) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ได้แก่ ความพึงพอใจของที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง ด้านอาคาร สถานที่ อุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก อยู่ในระดับมาก ( = 4.03, S.D.= 0.57 ) ความพึงพอใจของที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง ด้านการบริการวิชาการ อยู่ในระดับมาก ( = 4.01, S.D.= 0.64 ) ความพึงพอใจของที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง ด้านบุคลากรที่ให้บริการ อยู่ในระดับมาก ( = 4.02, S.D.= 0.59 ) ความพึงพอใจของที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง ด้านกิจกรรมกีฬาและการออกกำลังกาย อยู่ในระดับมาก ( =4.03, S.D.=0.59 ) ความพึงพอใจของที่มีต่อปัจจัยในการบริการชุมชนระหว่างสถาบันการพลศึกษาเขตภาคกลาง ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับมาก ( =4.04, S.D.=0.59 ) 3. ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อปัจจัยที่มีผลต่อการบริการชุมชนระหว่างสถาบัน พลศึกษาภาคกลาง จำแนกตามเพศ แสดงให้เห็นว่าความพึงพอใจ 5 ด้าน คือ ด้านอาคารสถานที่ สิ่งอำนวย ความสะดวก และอุปกรณ์ ด้านบริการวิชาการ ด้านหน่วยงานและบุคลากรที่รับผิดชอบในการให้บริการ ด้านกีฬาและกิจกรมการออกกำลังกาย ด้านบริหารจัดการ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าความพึงพอใจต่อด้านอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจต่อด้านบริการวิชาการ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจต่อด้านหน่วยงานและบุคลากรที่รับผิดชอบในการให้บริการ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจต่อด้านกีฬาและกิจกรรมการออกกำลังกาย ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนต่อด้านบริหารจัดการ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05