Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

โครงการวิจัยภาระโรคจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม และปัจจัยเสี่ยง

กนิษฐา บุญธรรมเจริญ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาภาระโรคของประเทศจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome : OS) และปัจจัยเสี่ยงนี้ ได้ผลจากการทบทวนวรรณกรรมตามเทคนิควิธีการมาตรฐาน Scoping Review นำมาสู่การกำหนดคำนิยามคุณลักษณะสำคัญของโรค (Case definition) และองค์ประกอบสำคัญที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลสถานการณ์กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome : OS) และเพื่อประเมินภาระโรคจากกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) และปัจจัยเสี่ยง (Attributable Risks) นำไปสู่การนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และมาตรการเพื่อการจัดการโรค ใช้ข้อมูลการรับบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ฐานข้อมูลตามโครงสร้างมาตรฐานข้อมูลด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข จากคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center: HDC) ของปี พ.ศ. 2562 – 2563 ซึ่งครอบคลุมข้อมูลจากหน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก โดยพิจารณาจากคำนิยามคุณลักษณะสำคัญ (Case definition) ของโรคสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม ที่ได้จากการทบทวนเชิงระบบแบบกำหนดขอบเขต (Scoping Reviews) นำเสนอข้อมูลด้วยความชุก (Prevalence) ของการมารับบริการ จำนวนและร้อยละตามสาเหตุการป่วยรายกลุ่มโรค ผลการศึกษา พบว่า โรคชามือจากโพรงฝ่ามือกดทับเส้นประสาท (CTS) มีจำนวนมากที่สุด (ปี 2562 n=113,427; ปี 2563 n=104,390) รองลงมา คือ Fibromyalgia (ปี 2562 n=13,798; ปี 2563 n=12,450) และ Myalgia (ปี 2562 n=6,049; ปี 2563 n=5814) ตามลำดับ ทั้ง 3 โรค พบมากสูงสุดในเพศหญิง ช่วงอายุ 45-59 ปี ตามด้วยช่วงอายุ 30-44 ปี และ ช่วงอายุ 60-69 ปีตามลำดับ พบมากในผู้ประกอบอาชีพที่ไม่ได้ทำงานในสำนักงาน ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่ามีผู้ป่วยทั้ง 3 โรค ในกลุ่มช่วงอายุ 0-4 และช่วงอายุ 5-14 ปีด้วย พื้นที่เขตบริการสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขที่มีผู้ป่วยด้วยโรคในกลุ่มออฟฟิศซินโดรมคล้ายกันระหว่าง Fibromyalgia และ CTS โดยพบมากในเขต 5 เขต 6 และเขต 12 ในขณะที่ Myalgia พบมากในเขต 7 เขต 4 และเขต 8 การใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพของทั้ง 3 โรค ทั้ง 2 (ปี 2562 และปี 2563) พบว่า มีแนวโน้มลักษณะเดียวกัน สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง (Universal Coverage) มากที่สุด รองลงมา ได้แก่ สิทธิข้าราชการพลเรือน และสิทธิประกันสังคม ตามลำดับ ภาวะแทรกซ้อนหรือโรคร่วม (Sequelae) กับกลุ่มออฟฟิศซินโดรม ได้แก่ ปวดอักเสบบริเวณคอและหลัง (Panniculitis affecting regions of neck & back: M54.0) ปวดหลัง (Dorsalgia, unspecified: M54.9) กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain: M62.6) กลุ่มอาการปัญหาการนอนหลับ (Insomnia Difficulty Sleep: G47.9) และภาวะเครียด (F43.9) ทั้งนี้ กลุ่มอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain: M62.6) มีความชุกมากที่สุด (ปี 2562 n = 7,506; ปี 2563 n=7,347) รองลงมา คือ กลุ่มอาการปัญหาการนอนหลับ (Sleep Problem, Insomnia Difficulty Sleep: G47.9) (ปี 2562 n = 399; ปี 2563 n=351) และภาวะเครียด: (Stress: F43.9) (ปี 2562 n = 21; ปี 2563 n=17) โรคแทรกซ้อนทุกโรค ส่วนใหญ่พบในเพศหญิง และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 45-59 ปี และใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ข้อจำกัดของการศึกษา ฐานข้อมูลที่ครอบคลุมสถานบริการสุขภาพภายใต้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มักใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อาจไม่ได้สะท้อนขนาดของปัญหาที่แท้จริง การไม่ได้รับการวินิจฉัย สาเหตุ ที่ถูกต้อง ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ยังไม่รู้จัก ขาดความคุ้นเคยกับอาการคล้ายใกล้เคียงกับอาการปวดเมื่อยทั่วไป หรือไม่เห็นความสำคัญ อีกทั้งด้วยอาการของโรคแต่ละโรคเอง ทำให้การใช้บริการสุขภาพของผู้ป่วยหลากหลาย ขึ้นอยู่กับอาการหลักหรืออาการร่วม หากมีอาการรุนแรงมากขึ้นก็จะกระจายอยู่กับแพทย์เฉพาะสาขาต่างๆ ที่สอดคล้องกับอาการที่ผู้ป่วยมี โดยสรุป การใช้คำที่ให้ความหมายเฉพาะ (Term) ในที่นี้ คือ ออฟฟิศซินโดรม อาจทำให้เกิดความสับสน เข้าใจผิดว่าเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว อาจเป็นคนส่วนน้อยที่ได้รับผลกระทบ หรือนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ด้อยประสิทธิผลและประสิทธิภาพในที่สุด

คำสำคัญ

วิถีชีวิตUrbanizationCapacity buildingสังคมเมืองoffice syndromeภาระโรคburden of diseaseพัฒนาศักยภาพออฟฟิศซินโดรมlife styles

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ด้วยวิธี Rapid Office Strain Assessment (ROSA)

กลางเดือน โพชนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2558

กลุ่มอาการป่วยเหตุอาคารเเละความเครียดของพนักงานที่ปฏิบัติงานในอาคารสำนักงาน

ณภัควรรต บัวทอง. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

ผลของภาระงานคอมพิวเตอร์ต่ออาการผิดปกติของรยางค์ส่วนบน คอ และหลังจากการทำงานในกลุ่มพนักงานสำนักงาน

เยาวลักษณ์ อยู่นิ่ม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2562

เทคโนโลยีที่ใช้รักษาออฟฟิศซินโดรม

มัณฑนา วัชรินทร์รัตน์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. 2561

การประเมินความเสี่ยงทางการยศาสตร์และอาการทางกระดูกและกล้ามเนื้อ จากการทำงานของพนักงานสำนักงานในจังหวัดสงขลา

สุรสิทธิ์ ระวังวงศ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พ.ศ. 2558

การศึกษาแนวทางการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ จากการใช้คอมพิวเตอร์ของบุคลากรในสำนักงาน

จุฬาพร คำรัตน์ พ.ศ. 2562

โครงการ การส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน กรณีศึกษา ผลกระทบต่อแรงงานที่มีอาการเจ็บป่วยเกี่ยวกับ โรคโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อเนื่องจากการทำงานของ แรงงานในภาคอุตสาหกรรมคลังสินค้า ธุรกิจค้าปลีก

วรวิทย์ เจริญเลิศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

The office syndrome: a potential risk factor of TMD and headache. maybe vice versa?

พ.ศ. 2558

การประเมินสถานการณ์การใช้ซอฟต์แวร์สำนักงานในกระทรวงสาธารณสุข ปี 2557

พลวรรธน์ วิทูรกลชิต กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2558

การพัฒนาระบบสารสนเทศการประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคมือเท้าปากในเขตเครือข่ายสุขภาพที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์

ดนุวัศ อิสรานนทกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พ.ศ. 2559